SAC Gallery | 6 Tips to Take Cool Photos with Arts
9905
post-template-default,single,single-post,postid-9905,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-17.2,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.6,vc_responsive
 

6 Tips to Take Cool Photos with Arts

6 Tips to Take Cool Photos with Arts

No deny that nowadays posting pictures on Facebook, Instagram or twitter can be accounted as a way to express our lifestyles. If you are the one that want to share your artistic or stylistic way of life but still wondering how to express them in style, we have got you covered! S.A.C. is delighted to present you “6 tips to take cool photos with arts”.

 

 

1. Standing behind transparent objects/light gaps
This might be a little bit tricky—you need to find artworks that done on transparent medium and distanced from a wall enough for you to stay in-between the two. Now, let yourself or only some parts of your body appear in many fascinating artworks!
__
1. ยืนอยู่ด้านหลังวัตถุที่โปร่ง/ฉลุ
วิธีแรกนี้อาจจะต้องพึ่งงานศิลปะสักหน่อย จะเน้นเป็นงานที่มีลักษณะโปร่งบางและมีระยะห่างด้านหลังระหว่างตัวผลงานและผนังด้วย โดยยืนอยู่ด้านหลังผลงานให้เห็นเพียงบางส่วนของร่างกาย แล้วให้งานคาดทับลงบนใบหน้าหรือร่างกายให้เห็นตัวเราแค่วับๆ แวมๆ รับรองว่าวิธีนี้สวยเก๋ไม่แพ้ใครและไม่มีใครเหมือนแน่นอน

 


 

 

2. Silhouette
Similar to the previous approach, this time you might want to stand in front of an artwork and every light source (lightbox, TV screen, spotlight, etc) to cast shadow on yourself, also, the space should be dark and dimmed enough. The outcome can be mysterious and unique at the same time as yourself being blacked-out, the remaining is the art and well-lidded area behind you.
__
2. ใช้เทคนิค Silhouette (ถ่ายเป็นเงา)
วิธีนี้จะมีลักษณะการวางตัวที่คล้ายกับวิธีที่ 2 สักหน่อย แต่จะเป็นการถ่ายภาพย้อนแสง เพียงแต่ต้องอาศัยห้องจัดแสดงที่ค่อนข้างมืด โดยยืนอยู่หน้าผลงานศิลปะ แต่ต้องยืนอยู่หลังแหล่งกำเนิดแสง เช่น ไฟส่องงานหรือเครื่องโปรเจคเตอร์ (แต่วิธีนี้จะต้องไม่ให้แสงจากโปรเจคเตอร์โดนตัว) หรืออาจจะเป็นการยืนอยู่หน้าผลงานที่มีแสดงสว่างออกมาจากตัวผลงาน เช่น ตู้ไฟไลท์บ็อกซ์ หรือทีวีขนาดใหญ่ โดยภาพที่ได้จะเห็นเพียงเงาของเราคาดทับลงบนงานศิลปะขนาดใหญ่

 


 

 

3. Mirror reflection
This approach only works with artworks that have reflective surfaces (artworks that have mirror or glass and a component). Your subject is required to be facing near the reflective surface of the art directly or sideway. If you want to step up your photo shooting game, try taking picture of the reflection only to pretend the subject is trapped in the art piece!
__
3. สะท้อนภาพตัวเองผ่านกระจก
สำหรับเทคนิคนี้ใช้ได้เฉพาะกับงานที่เป็นวัสดุหรือพื้นผิวที่มีความมันวาวสามารถสะท้อนภาพได้เท่านั้น เช่น งานที่มีลักษณะเป็นกระจก หรืองานที่ใส่กรอบกระจกใส โดยผู้ถูกถ่ายต้องหันหน้าเข้าหากระจก (หันตรงหรือหันเฉียงก็ได้แล้วแต่ความถนัดและสไตล์ส่วนตัว) แต่ถ้าจะให้เก๋ยิ่งขึ้น ต้องไม่ถ่ายในมุมที่เห็นตัวเราจริงๆ แต่เป็นเพียงภาพเราที่สะท้อนอยู่ในงาน ภาพที่ได้ออกมาจะสะท้อนอยู่ในกระจก เหมือนกับว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของผลงานนั่นเอง

 


 

 

4. Light projection on the subject
As technology involves a bigger part in the art industry each year, we often see art projected on a wall from a light projector. You can make a small twist to this by transforming yourself into a canvas, position yourself facing the light projector, let the art projected on you and appreciate your new temporary tattoos.
__
4. ให้ภาพโปรเจคเตอร์ฉายบนตัวเรา
ในปัจจุบันมีงานศิลปะมากมายที่ใช้เทคนิคการนำเสนอผลงานผ่านโปรเจคเตอร์ ซึ่งผู้ชมงานศิลปะยังสามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ด้วยนะ! โดยยืนอยู่หน้างานศิลปะหรือหันหน้าเข้าหาโปรเจคเตอร์ (วิธีนี้อาจใช้ได้เฉพาะกับงานศิลปะที่ติดตั้งโปรเจคเตอร์ที่ค่อนข้างต่ำ และสามารถสาดแสงลงมาบนตัวเราได้) ซึ่งจะคล้ายกับการใช้ร่างกายเป็นพื้นผิวของผนังเพื่อนำเสนอผลงาน ยิ่งถ้าเกิดบางภาพที่ยิ่งเป็นลวดลาย มันจะคล้ายเป็นรอยสักบนใบหน้าและร่างกายเรา

 


 

 

5. Facing self-lid artworks
Only works in certain conditions and circumstances, We can ensure the aesthetic if you can make it! First of all, take your subject stand next to a self-lid art piece facing 45 degree to the art, then, let the art casts light and glamour on your friend.
__
5. หันหน้าเข้าหาผลงานที่มีแสง
เทคนิคนี้จะค่อนข้างจำกัดสำหรับสถานที่และปัจจัยแวดล้อมสักหน่อย แต่ถ้านำไปใช้ได้รับรองเลยว่าจะสวยไม่เหมือนใครเลยทีเดียว โดยผู้ถูกถ่ายต้องไปยืนข้างๆ ผลงานศิลปะที่สามารถส่องแสงออกมาได้ด้วยตัวเอง เช่น ทีวี หรือตู้ไฟ แล้วหันหน้าเฉียง 45 องศา เข้าหาภาพ โดยให้แสงจากงานศิลปะสาดส่องเข้าหาใบหน้าของเรา เรียกได้ว่าเปิดหน้ารับแสงนั่นเอง

 


 

 

6. Uniting with the arts
Last but not least, no matter it’s a painting or sculpture, just try making your poses accordingly to its shape and form! You can also create seem-liked physical interaction by pretending to grab or touch the artwork (do not touch it for real though!).
__
6. เป็นส่วนหนึ่งกับงาน
วิธีสุดท้ายนี้เราจะมีส่วนร่วมกับงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรมหรือประติมากรรมก็ตาม ด้วยแอคชั่นท่าทางต่างๆ ของเราที่สอดคล้องไปกับผลงาน โดยหาจุดสนใจหรือจุดเด่นของงานมาช่วยให้ภาพถ่ายของเราดูดีมีอะไรมากขึ้น เช่น ทำท่าทางจับหรือคว้ารายละเอียดที่อยู่ในผลงานศิลปะนั้นๆ รวมทั้งทำท่าแอคชั่นของเราเลียนแบบไปกับแอคชั่นที่เกิดในภาพผลงานศิลปะ