SAC Gallery | Critical Analysis: วิเคราะห์รูปแบบทางศิลปะของ Gi-ok Jeon
6497
post-template-default,single,single-post,postid-6497,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-16.8,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.5.2,vc_responsive
 

Critical Analysis: วิเคราะห์รูปแบบทางศิลปะของ Gi-ok Jeon

Critical Analysis: วิเคราะห์รูปแบบทางศิลปะของ Gi-ok Jeon

บทวิเคราะห์รูปแบบทางศิลปะของ Gi-ok  Jeon ในนิทรรศการ Coexisting Contradiction

เขียนโดย นนทชัย สักการโกศล

written by Nonthachai Sukkankosol

 

Sense of conflict 4 (detail), 2018, Ink and Acrylic on Bamboo pulp paper, Copper wire, Needle work, 74 x 54 cm.

Encounter in Ambiguous Space 25, 2018, Ink and acrylic on fabric, 120 x 170 cm.

Encounter in Ambiguous Space, 2018, Stone37, Acrylic on Stone, 18 x 14 x 12.8 cm.

 

 

 

 

 

 

 

 

ภายในนิทรรศการCoexisting Contradictionโดย Gi-ok Jeon ประกอบไปด้วยชิ้นงานศิลปะหลากหลายชิ้น หลากหลายรูปแบบ แต่ความหลากหลายนี้ล้วนแต่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชิงอัตวิสัยของเธอ ชิ้นงานศิลปะของเธอนำเสนอความขัดแย้งระหว่างความรู้สึกของปัจเจกกับกรอบโครงสร้างเชิงอำนาจของสังคมและวัฒนธรรมที่จองจำความรู้สึกเหล่านั้นไว้อย่างเป็นสากล แม้ผู้ชมจะมาจากวัฒนธรรมใดก็สามารถรู้สึกไปกับชิ้นงานของเธอได้ การทำหน้าที่ของวัตถุ เทคนิคที่ใช้ และ รูปแบบของการวาดหรือตัดเย็บวัสดุต่างๆลงไปของ Gi-ok ล้วนมีความเกี่ยวพันต่อประเด็นดังกล่าวทั้งสิ้น เมื่อวิเคราะห์แล้วจะสามารถสรุปออกมาได้เป็น 3 รูปแบบที่เด่นชัด: การเย็บหรือติดวัตถุลงบนชิ้นงานรูปแบบการเพ้นท์บนผ้าใบ และ การเพ้นท์ลงบนก้อนหิน

 

Encounter in Ambiguous Space 2, 2018, Ink on paper, Hanbok silk fabric collage, Needlework, 53 x 53 cm.

 

การเย็บหรือติดวัตถุลงบนชิ้นงาน คือการอัดติดอัตลักษณ์ที่วัตถุเหล่านั้นเป็นสื่อ ลงไปบนระนาบผ้าใบ การติดตั้งดังกล่าวก่อให้เกิด พื้นที่ด้านหน้า และ พื้นที่ด้านหลัง (positive space/ negative space) เช่นในชิ้นงาน Encounter in Ambiguous Space 2 เศษผ้าฮันบกและงานเย็บเล็กๆ ที่เป็นพื้นที่ด้านหน้าหรือ figure ทำหน้าที่เป็นตัวแทนอัตลักษณ์ของเธอเกี่ยวกับความเป็นเพศหญิงที่ชัดเจน การเย็บตัดแปะผ้าฮันบกเหล่านี้เปรียบได้กับการตัดเย็บเสื้อฮันบกในอดีตซึ่งในภาพจำ (stereotype) ของกลุ่มอนุรักษณ์นิยมนั้นมองว่าเป็นกิจกรรมของผู้หญิง ภาพจำดังกล่าวต่อการแบ่งแยกเพศก็เป็นไปในลักษณะเดียวกันกับวัฒนธรรมยุโรปก่อนศตวรรตที่ 20 ด้วยเช่นกัน ดังที่ Gi-ok กล่าวไว้ว่าชิ้นงานของเธอคือความก้ำกึ่งระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกหรือมีลักษณะที่เป็นศิลปะโลกาภิวัฒน์ (global art) – ทว่าเธอไม่ได้ผลิตซ้ำความเป็นเพศหญิงผ่านชิ้นงานเหล่านี้ แต่เธอพยายามปลดแอกออกจากจำดังกล่าว

 

(detail)Encounter in Ambiguous Space 2, 2018, Ink on paper, Hanbok silk fabric collage, Needlework, 53 x 53 cm.

 

เมื่อวิเคราะห์ลงไปที่ พื้นที่ด้านหลัง negative space จะเห็นได้ว่า กระดาษและกรอบของกระดาษทำหน้าที่เป็น support หรือพื้นที่รองรับ กรอบสีเหลี่ยมนี้เปรียบดังบริบทที่ ฟิกเกอร์บนพื้นที่ด้านหน้าถูกเย็บติดลง กรอบได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนอำนาจของภาพจำทางสังคมที่กดทับเธอไว้ เช่น ภาพจำว่าเพศหญิงต้องทำงานตัดเย็บและอื่นๆ การตัดแปะที่ทะลุออกนอกกรอบกระดาษเหล่านี้ จึงเป็นการแสดงออกถึงความพยายามที่จะปลดแอกตนเองออกจากภาพจำทางวัฒนธรรม ทว่า ความขัดแย้งยังเกิดขึ้นในอีกระดับเมื่อชิ้นงานของเธอถูกจองจำไว้ในกรอบกระจก (frame) สี่เหลี่ยมอีกทีหนึ่ง ภาพในชิ้นงานของเธอจึงแสดงออกถึงการขับเขี้ยวกันระหว่างตัวเธอกับกรอบต่างๆที่จองจำเธอไว้

 

Encounter in Ambiguous Space 13, 2018, Ink and acrylic on fabric, 25x29cm

Encounter in Ambiguous Space 14, 2018, Ink and acrylic on fabric, 25 x 29 cm

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างความขัดแย้งนี้ถูกนำเสนอออกอีกมาหลากหลายรูปแบบ เช่น รูปแบบของการเพ้นท์ใน Encounter in Ambiguous Space 13 และ 14 เป็นต้น เธอวาดฟอร์มต่างๆ ที่มีปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจซึ่งกันและกัน พื้นที่ด้านหน้าถูกเพ้นท์โดยสีอะคริลิค ทับลงบนพื้นที่รองรับหรือพื้นที่ว่างที่เพ้นท์ด้วยหมึกจีนอ่อนๆ ในแง่ของฟอร์ม เรขาคณิตเหล่านี้เปรียบเหมือนกรอบทางอำนาจบางอย่างที่เป็นสากล แต่สีต่างๆนั้นทำหน้าที่เป็นตัวแทนของตัวตนปัจเจกที่พยายามจะทะลุกรอบหรืออำนาจที่จองจำมันไว้ตลอดเวลาการทะลุออกจากกรอบที่ว่านี้ คือ ผลทางจิตวิทยา ผู้ชมจะรับรู้ถึงส่วนหรือพื้นที่ที่ถูกทับไว้หรือขาดหายไปโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกัน ส่วนของกรอบที่เธอวาดบนผ้าใบ ก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงกรอบส่วนที่เหลือที่ไม่ปรากฏบนผืนผ้าใบ อย่างที่เห็นได้ชัดใน Encounter in Ambiguous Space 14

 

Exhibition view- Coexisting Contradiction 

 

ผลลัพธ์ทางจิตวิทยาเหล่านี้จึงเป็นนัยยะทางอำนาจระหว่างปัจเจก กับ กรอบอำนาจต่างๆที่ ผู้ชม หรือ ศิลปินต้องปะทะ ไม่ว่าจะเป็นกรอบทางวัฒนธรรมหรือกรอบของสื่อกลางทางศิลปะเอง เมื่อผู้ชมรู้สึกว่ากรอบที่ปรากกฏบน Encounter in Ambiguous Space 14 เป็นส่วนหนึ่งของกรอบที่อยู่นอกขอบผืนผ้าใบ ผู้ชมกำลังทำลายข้อจำกัดทางวัตถุทางศิลปะหรือปลดแอกออกจากกรอบบนระนาบนั้น

 

Encounter in Ambiguous Space, Stone 2, 2018

Encounter in Ambiguous Space, Stone 3, 2018

Encounter in Ambiguous Space, Stone 4, 2018

 

 

 

 

 

 

 

ในรูปแบบสุดท้ายหรือ การเพ้นท์ลงบนก้อนหิน ในขณะที่ Gi-ok ใช้เศษผ้าฮันบกเพื่อเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงสภาวะทางวัฒนธรรมระหว่างภาพจำทางสังคมกับปัจเจกที่เติบโตมาจากประเทศเกาหลีใต้ ก้อนหินเหล่านี้กลับไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงบริบททางวัฒนธรรมที่เฉพาะเจาะจง ก้อนหินที่พบได้ในทุกๆที่ กลายเป็นตัวแทนของปุถุชนทั่วๆไป ดังนั้นผู้ชมไม่ว่าจะมาจากวัฒนธรรมใดก็จะสามารถรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมันได้ หรือมีคุณลักษณะแบบศิลปะโลกาภิวัฒน์ (global art) ซึ่งต่างจาก Encounter in Ambiguous Space 2 ที่ผู้ชมที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมเกาหลีใต้อาจจะเข้าใกล้ความรู้สึกของชิ้นงานได้มากกว่า การเพ้นท์ลงไปบนก้อนหินธรรมดาสามัญนี้ เปรียบดังการให้ตัวตนหรือความเป็นปัจเจกลงไป ส่วนการทำงานของรูปแบบเรขาคณิต ก็ยังคงมีนัยยะทางอำนาจเช่นเดียวกันกับรูปแบบอื่นๆที่กล่าวมาเช่นกัน กรอบของรูปทรงที่แข็งทื่อกลับถูกร้อยเรียงผ่านมิติของสีเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว” (dynamic) ระหว่างรูปทรงเหล่านั้น การเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กันระหว่างฟอร์ม หรือ รูปทรงแต่ละรูปทรง และ สีแต่ละสี ทำให้เกิดมิติที่ขัดกันระหว่างความแข็งทื่อกับความเคลื่อนไหวดังกล่าว ดังนั้นการเพ้นท์ลงบนก้อนหินจึงอาจอุปมาได้ว่าเป็นการสร้างพื้นที่สำหรับการขบกันของอำนาจระหว่างปัจเจกกับกรอบที่จองจำไว้

 

Encounter in Ambiguous Space 24, 2018, 120x160cm, Ink and acrylic on fabric

Sense of Conflict 3, 2018, Ink and acrylic on Bamboo Pulp paper, 54x74cm

Encounter in Ambiguous Space, Stone 15-2, 2018, Acrylic on Stone, 14.5×9.3x12cm

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยสรุปแล้วชิ้นงานศิลปะของ Gi-ok ที่ถูกรวบรวมไว้ใน Coexisting Contradiction จึงเป็นการนำเสนอความขัดแย้งกันระหว่างความรู้สึกนึกคิดหรือความเป็นปัจเจกที่แสดงผ่านวาทศิลป์ของ Gi-ok กับ การตีกรอบจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสังคม วัฒนธรรม หรือ สิ่งใดๆก็ตามตามแต่ผู้ชมแต่ละท่านจะอุปมา ความสามารถในการสร้างความรู้สึกที่เคลื่อนไหวภายใต้กรอบที่แข็งทื่อเหล่านี้ของ Gi-ok ได้เปลี่ยนพื้นผิวของวัตถุให้การเป็นพื้นที่ทางอัตวิสัยที่กำลังขับเขี้ยวอยู่กับกระแสโลกโลกาภิวัฒน์ที่วุ่นวาย

_________________

คีย์เวิร์ด:

กระแสโลกาภิวัตน์, รูปทรงเรขาคณิต, กรอบในฐานะตัวแทนของอำนาจ, การขับเขี้ยว, พื้นที่ของวัตถุที่ถูกทำให้เป็นพื้นที่ทางอัตวิสัย

Keywords:

Flux of Globalism, Geometric Form, Frame as Representation of Power, Contestation, Embodied Space

 


 

 

– นิทรรศการจัดแสดง ณ ห้องแสดงนิทรรศการชั้น 1 อาคารหอศิลป์ ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ ตั้งแต่ 2 กุมภาพันธ์ – 10 มีนาคม 2562  คิวเรทโดย ภัณฑารักษ์: หลินเจี่ย โจว

  • ติดตามข่าวสารงานแสดงด้วยแฮชแท็คหลัก : #CCSAC

-The exhibition is shown at 1st floor, Art Centre Bldg., Subhashok The Arts Centre, Bangkok, during 2nd February 2019 – 10th March 2019. Curated by Linjie Zhou. Follow the exhibition with official hashtag: #CCSAC