SAC Gallery | Exhibition Review: Out of Place
6810
post-template-default,single,single-post,postid-6810,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-16.8,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.5.2,vc_responsive
 

Exhibition Review: Out of Place

Exhibition Review: Out of Place

‘Out of Place’ 

a group exhibition by Israkran Yingyong, Taiki Sakpisit, Dow WasiksiriRuangsak Anuwatwimon, Patipat chaiwitesh, Moojin Brothers, Park Kyung Ryul and Hyemin Park

 

Exhibition Review by Nonthachai Sukkankosol

รีวิวนิทรรศการโดย นนทชัย สักการโกศล

 

Installation view, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.  

 

ภายในนิทรรศการ Out of Place ที่จัดขึ้น Subhashok The Arts Centre ประกอบไปด้วยชิ้นงานหลากหลายประเภทจากทั้งศิลปินไทยและเกาหลีใต้โดยมีหัวข้อเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การเคลื่อนตัวของวัฒนธรรม และผลลัพธ์ทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวเหล่านี้ ชิ้นงานศิลปะที่หลากหลายเหล่านี้จึงมีวิธีเล่าและประเด็นที่ถูกถ่ายทอดแตกต่างกันออกไป ผู้ชมจะได้รับสารและความรู้สึกของศิลปินเหล่านี้จากหลากหลายจุดยืน หลากหลายอารมณ์ และหลากหลายประเด็น

 

                                         

Patipat chaiwitesh, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.

 

สำหรับผู้เขียนสิ่งที่เป็นจุดสำคัญในการเล่าเรื่องต่างๆเหล่านี้ เกิดขึ้นจากเทคนิคการผสมระบบอ้างอิงของสิ่งๆ หนึ่งเข้ากับสิ่งอีกสิ่งหนึ่ง เทคนิคการผสมระบบอ้างอิงและความหมายโดยสัญญะเหล่านี้ ทำให้เกิดสารที่เฉพาะตัวขึ้นบนชิ้นงานผ่านความแปลกแยกของสิ่งที่ถูกนำมารวมกัน สิ่งที่ปกติแล้วไม่สามารถพบเจอในบริบทเดียวกันจะถูกนำมาปะทะกันในชิ้นงานเพื่อขับเน้นให้เห็นถึงแก่นสารบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ชุดผลงานประติมากรรมจัดวางของ ปฏิพัทธิ์ ชัยวิเทศ ที่ทำขึ้นจากก้อนบะหมี่สำเร็จรูปและถูกนำเสนออกมาเป็นประติมากรรมศิลปะบุคคลครึ่งตัว (Bust) ดังจะเห็นได้ว่าชิ้นงานประติมากรรมนี้ประกอบไปด้วยการผสมสัญญะทางวัฒนธรรมจากหลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่สำเร็จรูปที่นำเสนอเป็นภาพแทนของวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยเฉพาะของกลุ่มคนเอเชียที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ นอกจากนั้น ปฏิพัทธิ์ ยังเล่นกับปัญหาเรื่องการสร้างภาพจำ (Stereotype) อีกด้วย ดังจะเห็นได้ว่าผลงานทั้ง 5 ชิ้น แม้จะมีความพยายามสร้างขึ้นให้มีความเป็นปัจเจก โดยเน้นไปที่การปั้นแบบบุคคลซึ่งมีหน้าตารูปลักษณ์เฉพาะตัว แต่ทุกคนล้วนถูกมองว่าเป็นบะหมี่สำเร็จรูปเหมือนกันทั้งสิ้น ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่น่าสนใจก็คือการตั้งชื่อพวกเขาในแต่ละชิ้นสมชาย บุญชู  สมหญิง สมศรี และ สมบัติชื่อเหล่านี้อาจถูกมองได้อย่างหลากหลายมิติ ผู้ชมอาจมีภาพจำว่าชื่อเหล่านี้เป็นตัวแทนของ ชื่อไทยๆ จากเจเนอเรชั่นก่อนหน้าก็เป็นได้ เช่นกันผู้ชมจากรุ่นหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งก็อาจมองเป็นเรื่องธรรมดา

 

Dow Wasiksiri, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.  

 

ในลักษณะเดียวกัน ผู้ชมสามารถเห็นเทคนิคการสื่อสารนี้ผ่านชิ้นงานภาพถ่ายของ ดาว วาสิกศิริ ด้วยเช่นกัน ในชิ้นงานของเขา เขานำเสนอและขับเน้นเหล่าผู้คนชายขอบ ไม่ว่าจะเป็นชนกลุ่มน้อย ชาวเขา กลุ่มคนที่มีรอยสัก และอื่นๆ ผ่านการนำฉากหลังสีสันสดใสซึ่งแปลกแยกออกจากสภาพแวดล้อมภาพในภาพมาแขวนไว้ข้างหลังผู้คนเหล่านั้น และจัดองค์ประกอบแบบภาพถ่ายบุคคลเพื่อนำเสนอพวกเขาให้เป็นจุดเด่นภายในภาพ ศิลปะของเขาเปรียบเหมือนกระบอกเสียงในการนำเสนอผู้คนเหล่านี้ และ การสร้างพื้นที่นี้เกิดขึ้นจากความแปลกแยกระหว่างฉากหลังที่ตัวบุคคลยืนอยู่ กับบริบทแวดล้อมนั่นเอง

 

                                   

     Israkran Yingyong, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.                                                       Ruangsak Anuwatwimon, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.

 

ผู้ชมสามารถเข้ามาชมชิ้นงานอื่นๆของศิลปินไทยเพิ่มเติมได้อีกภายในนิทรรศการนี้ ไม่ว่าจะเป็น อิสรากาญจน์ ยิ่งยง  เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล และ ไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์ ผลงานโดยศิลปินเหล่านี้ล้วนมีรูปแบบการนำเสนอมุมมองและประเด็นที่แตกต่างกันไปเป็นของตนเอง

 

                                    

 Taiki Sakpisit, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.                                                                     Israkran Yingyong, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.

 

อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจก็คือสื่อที่เป็นวิดิโอ ผู้ชมจะสังเกตเห็นชิ้นงานหลายชิ้นที่เป็นวิดิโอ มีทั้งลักษณะของวิดิโอลูป เช่น ในงานของ Park Kyung Ryul ที่ใช้วิดิโอลูปถ่ายทอดรู้สึกจากจิตใต้สำนึกในฐานะปัจเจกที่วนเวียน ประหนึ่งเป็นก้อนความรู้สึกหนึ่งก้อนที่มีพลวัตอยู่ภายใน และ วิดิโอที่เล่าเรื่องแบบเส้นตรงไปข้างหน้า เช่นในชิ้นงานของ Hyemin Park และ Moojin Brothers

 

 .   .  

Park Kyung Ryul, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.

 

Hyemin Park นำเสนอวิดิโอที่มีลักษณะกึ่งสารคดีการท่องเที่ยวภายใต้บริษัทชื่อ HPARK เป็นบริษัท Travel Agency ที่เธอจำลอง  ขึ้นมา ทั้งนี้บริษัทดังกล่าวถูกก่อตั้งมาในรูปแบบของโครงการทางวัฒนธรรม ภายใต้วิดิโอชุด HPARK Travel การเล่าเรื่องถูกดำเนินไปในลักษณะของสารคดีการท่องเที่ยวโดยมี HPARK เป็นผู้ถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะกับผู้คน อาหาร แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัตถุ และ ประเพณี วิดิโอชุดนี้กำลังพาผู้ชมไปพบกับวัฒนธรรมที่หลากหลายเปรียบเสมือนการไปเที่ยวและไปเยี่ยมเยียนตามสังคมต่างๆที่แตกต่างกันไป ทว่ายังมีการวิเคราะห์และการวิพากษ์ในแง่มุมต่างๆสอดแทรกเข้าไปในตัวชิ้นงานอย่างแนบเนียนอีกด้วย เช่นเดียวกับ อีกหนึ่งโครงการ Ordinary Nations: United States of Vela Siu โดย Hyemin ที่นำเสนอพื้นที่สำหรับจินตนาการของโลกแห่งวัฒนธรรมร่วมภายใต้กรอบของประเทศหนึ่งที่จำลองขึ้นมา เขาพยายามเชิญชวนให้ผู้ชมต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมขบคิดและถกเถียงถึงความเป็นไปได้ต่างๆ

 

 

 

 

 

 

Hyemin Park, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.

 

ในขณะที่ Hyemin นำเสนอความเป็นไปได้ของการเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านรูปแบบของโลกจำลองเสมือนจริง Moojin Brothers นำเสนอมุมมองต่อโลกทางวัฒนธรรมในลักษณะของหนังสั้นกึ่งเหนือจริง ตัวละครนั้นถูกสร้างขึ้นมาและกำหนดบทบาทโดยพวกเขา เช่นตัวละคร มดหัวสิงโต – Myrmecoleon— ใน Scriptures of the Wind หนังสั้นนี้ถูกถ่ายทำผ่านเทคนิค Stop motion ที่ผู้ชมสามารถสังเกตเห็นได้ถึงรอยต่อของจังหวะของแต่ละภาพที่ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ชมถูกบังคับให้เห็นความเป็นไปของแต่ละช่วงจังหวะเวลาที่เกิดขึ้น เทคนิคเหล่านี้ช่วยในการขับเน้นอารมณ์ความรู้สึกของการเล่าเรื่องของศิลปินผ่านตัวละครในวิดิโอ ตัวละครกลายเป็นตัวแทนของศิลปิน อาจเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกของปัจเจกที่มีต่อพันธะทางสังคมต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขับเคี้ยวกันระหว่างปัจเจกกับกรอบอำนาจจากคุณค่าทางวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆที่กดทับ หากพูดในมุมกว้างชิ้นงานนี้กำลังแสดงออกถึงความขัดแย้งเชิงอำนาจระหว่างแนวคิดปัจเจกนิยมของปัจเจกกับอนุรักษ์นิยมของสังคมมวลรวม สิ่งเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านการเล่าอย่างซ้อนเร้นภายในโลกเหนือจริงที่ไร้กาลเวลาและตำแหน่งแห่งที่ที่ชัดเจน สำหรับผู้เขียนแล้ว โลกเหนือจริงเป็นเทคนิคหนึ่งในการย่อยสลายโลกแห่งความเป็นจริง (reality) และตกผลึกออกมาให้เหลือเพียงแต่โครงสร้างของความรู้สึกจากจิตใต้สำนึกที่กำลังดำเนินอยู่ภายใต้กายภาพของตัวแทนจิตนาการเหล่านี้

 

 

 

 

 

 

Moojin Brothers, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.

 

โดยสรุปแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าผู้ชมที่มาในนิทรรศการนี้ จะได้เห็นเทคนิคที่หลากหลายในการนำเสนอและเล่าเรื่อง รวมถึงมุมมองที่หลากหลายจากศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นศิลปินไทยหรือเกาหลีใต้ ในโลกที่วัฒนธรรมที่แตกต่าง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่แตกต่างกัน แต่เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์แต่ละคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Out of Place ได้นำเสนอกระทบดังกล่าวออกมา ไม่ว่าจะออกมาเป็นลักษณะของการเสียดสี การต่อสู้ การนำเสนอพื้นที่ให้กับวัฒนธรรมชายขอบเพื่อนำมาสู่ความเท่าเทียม หรือการสะท้อนการกดทับของวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่งที่ไม่เท่ากันต่อปัจเจก Out of Place เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เรียนรู้ความรู้สึกลึกซึ้งที่หลากหลายเหล่านี้ เปรียบดังการเข้าไปในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยการขับเคี่ยวกัน ไม่ใช่แค่เพียงการมาพบเจอและเสพความแตกต่างของวัฒนธรรมอื่นเพียงเท่านั้น

 

Ruangsak Anuwatwimon, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.

 

 


 

Opening Night, photo by Preecha Pattara, courtesy of S.A.C.

– นิทรรศการจัดแสดง ณ ห้องแสดงนิทรรศการชั้น 1 อาคารหอศิลป์ ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ ตั้งแต่ 19 มีนาคม – 28 เมษายน 2562  คิวเรทโดย ภัณฑารักษ์:  ชล เจนประภาพันธ์ และJeongsun Yang ติดตามข่าวสารงานแสดงด้วยแฮชแท็คหลัก : #sac_outofplace

-The exhibition is shown at 1st floor, Art Centre Bldg., Subhashok The Arts Centre, Bangkok, during 19 March – 28 April 2019. Curated by Chol Janepraphaphan and Jeongsun Yang. Follow the exhibition with official hashtag: #sac_outofplace