Conservation Lab Archives | SAC Gallery
173
archive,category,category-conservation-lab,category-173,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-17.2,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.6,vc_responsive
 

มีผู้ถามมาว่าจะเก็บภาพเขียนสีน้ำมันอย่างไรดี ตามหลักอนุรักษ์ภาพเขียนสีน้ำมันควรเก็บในแนวตั้ง เช่นแขวนบนผนังหรือตะแกรง  หรือวางในชั้นวางของที่ออกแบบพิเศษให้มีความสูงและความลึกมากกว่าความกว้าง จะได้ช่องที่แคบสำหรับวางภาพเขียนในแนวตั้ง  หากจำเป็นต้องวางบนพื้น  ควรหนุนให้ภาพเขียนอยู่สูงกว่าพื้นห้องประมาณ 10 ซม. โดยใช้ก้อนอิฐหรือท่อนไม้หรือโฟมแข็งห่อด้วยแผ่นพลาสติก  เพื่อป้องกันการครูดถูขัดสี และป้องกันน้ำที่อาจเจิ่งนองจากฝนสาด ท่อน้ำแตก น้ำรั่วจากเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรวางซ้อนกันในแนวราบหรือวางพิงกันในแนวตั้งโดยไม่มีอะไรกั้น  หากพื้นที่จำกัดและจำเป็นต้องวางภาพเขียนพิงกันในแนวตั้ง  ควรใช้กระดาษแข็งหรือกระดาษลูกฟูกหรือพลาสติกลูกฟูกขนาดใหญ่กว่าภาพเล็กน้อยคั่นระหว่างภาพ  [vc_single_image image="14238" img_size="full" add_caption="yes" alignment="center" qode_css_animation=""]การห่อคลุมด้วยไทเวค นอกจากจะสามารถช่วยป้องกันฝุ่นแล้ว ยังสามารถระบายอากาศได้ดีไม่ทำให้เกิดปัญหาความชื้นสะสม  พื้นที่ที่จัดเก็บภาพเขียนสีน้ำมันไม่ควรมีแสงแดดสาดส่อง หากมีฝุ่นมากควรคลุมด้วยผ้าหรือไทเวค (Tyvek) เพื่อให้มีการระบายอากาศได้ดี ไม่ควรห่อด้วยพลาสติกแล้วซีลด้วยเทปกาวจนแน่นหนาเพราะจะเกิดสภาพแวดล้อมที่อับชื้นรอบ ๆ ภาพเขียน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝนไม่ควรห่อภาพเขียนสีน้ำมันด้วยแผ่นพลาสติกอย่างแน่นหนา เพราะความชื้นที่ไม้และผ้าใบดูดซับไว้ในวันที่ความชื้นสูงจะทำให้เชื้อราเจริญอยู่ในห่อได้ ทางที่ดีหากอยากห่อด้วยพลาสติกควรทำในช่วงเวลาที่อากาศแห้ง แล้วห่อด้วยผ้าหรือกระดาษก่อนห่อด้วยพลาสติกเพื่อให้ผ้าหรือกระดาษช่วยดูดซับความชื้นที่ระเหยออกมาจากภาพเขียน ช่วยให้ความชื้นบนภาพเขียนไม่สูงพอที่จะเกิดเชื้อรา ควรควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้คงที่ หากไม่มีอุปกรณ์ในการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นควรเพิ่มการระบายอากาศเพื่อไม่ให้มีความร้อนและความชื้นสะสม  [vc_single_image image="14237" img_size="full" add_caption="yes" alignment="center" qode_css_animation=""]การห่อผลงานภาพสีน้ำมันโดยใช้กระดาษหรือไทเวคห่อป้องกันก่อนหนึ่งชั้น เพื่อป้องกันชั้นสีครูดถูขัดสีกับพลาสติกกันกระแทก  วัสดุสำคัญที่ใช้สร้างสรรค์ภาพเขียนสีน้ำมันคือกรอบไม้และผ้าใบซึ่งดูดและคายความชื้นได้ดีมาก เมื่อดูดความชื้นจะขยายตัวและหดตัวเมื่อความชื้นลดลง...

ภาพเขียนสีน้ำมันแห้งช้า บางภาพใช้เวลาเป็นปีจึงจะแห้งโดยสมบูรณ์ การแห้งของสีน้ำมันแตกต่างจากการแห้งของภาพเขียนสีน้ำและสีอะคริลิกซึ่งเกิดจากการที่น้ำระเหยออกไปจากชั้นสี สีน้ำมันแห้งเพราะปฏิกิริยาเคมีของน้ำมันชักแห้ง (drying oil) เช่น น้ำมันลินสีด (flaxseed oil) น้ำมันเมล็ดฝิ่น (poppyseed oil) น้ำมันเมล็ดวอลนัท (walnut oil) น้ำมันเมล็ดคำฝอย (safflower oil) น้ำมันเมล็ดกัญชา (hemp seed oil) น้ำมันตัง (tung oil) เป็นต้น น้ำมันชักแห้งเหล่านี้แข็งตัวเป็นฟิล์มแข็งเมื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ แต่ปฏิกิริยาเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ หากระบายสีแบบหนา ๆ จะยิ่งแห้งช้า หากมีการสัมผัสหรือครูดถู อาจเกิดริ้วรอยง่าย ในขณะเดียวกันชั้นสีที่ยังไม่แห้งจะดึงดูดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกได้ดี เพราะฉะนั้นระหว่างรอให้สีน้ำมันแห้งอย่างสมบูรณ์ควรปกป้องผิวหน้าของภาพเขียนโดยการนำกระดาษแข็งหรือกระดาษลูกฟูกหรือพลาสติกลูกฟูกมาตัดเป็นแถบยาว ๆ ความกว้างประมาณ 3-4 นิ้ว นำมาล้อมรอบกรอบภาพเขียนให้ขอบของแถบกระดาษแข็งยื่นออกมาด้านหน้าของภาพ จากนั้นคลุมด้วยผ้าหรือกระดาษที่ยอมให้ออกซิเจนเข้าไปทำปฏิกิริยาได้ ไม่ควรคลุมด้วยพลาสติกชนิดใด ๆ เพราะจะขัดขวางการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ...

วัสดุที่ใช้ในการจัดเก็บงานศิลปะบนกระดาษและภาพถ่ายควรเป็นวัสดุที่ไร้กรด ไม่มีชันสน ไม่มีลิกนิน ไม่มีสารเคมีและไอระเหยใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุที่ใช้ในการจัดเก็บภาพถ่าย นอกจากข้อห้ามที่กล่าวมาแล้วยังต้องมีสารประกอบกำมะถันน้อยกว่า 0.008% เนื่องจากสารประกอบกำมะถันจะทำปฏิกิริยาทางเคมีกับเกลือเงินบนภาพถ่ายส่งผลให้ภาพถ่ายมีสีเพี้ยนไป กระดาษไร้กรด (acid free paper) มีทั้งที่มีค่า pH เป็นกลาง (pH7) หรือเป็นด่างเล็กน้อย (pH 7.5-8.5) กระดาษไร้กรดที่มีค่า pH เป็นกลาง เกิดจากการผลิตอย่างระมัดระวังทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การขจัดสิ่งแปลกปลอมให้เหลือแต่เส้นใยเซลลูโลสที่บริสุทธิ์ หรือผลิตจากวัตถุดิบที่เป็นเส้นใยเซลลูโลสที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ เช่น ปอสา เปลือกข่อย ใยฝ้าย ป่านลินินหรือแฟลกซ์ ป่านกัญชาที่ใช้ทำกระดาษที่ทำด้วยมือ กระดาษที่ทำด้วยเครื่องจักร แม้ว่าจะทำจากเยื่อที่ได้จากการบดย่อยเนื้อไม้ แต่ผ่านกระบวนการเคมีลดกรดจนเป็นกลาง ลดลิกนินและสิ่งเจือปนจนเหลือแต่เซลลูโลส เรียกว่า อัลฟ่าเซลลูโลส (alpha cellulose) บางผลิตภัณฑ์เติมแคลเซียมคาร์บอเนตหรือแมกนีเซียมคาร์เนต กระดาษที่เป็นด่างเล็กน้อยมักเกิดจากการจากการผสมแคลเซียมคาร์บอเนต หรือแมกนีเซียมคาร์บอเนตประมาณ 3% ลงในเยื่อกระดาษ แคลเซียมคาร์บอเนตหรือแมกนีเซียมคาร์บอเนตจะช่วยสะเทินกรดที่มาจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตกระดาษและจากสภาพแวดล้อม กระดาษดังกล่าวจึงมีชื่อเรียกว่า...

ผลงานศิลปะที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมาจากวัสดุต่าง ๆ มีแนวโน้มที่จะชำรุดเสื่อมสภาพ จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในตัววัสดุเอง และจากการกระทำของสิ่งแวดล้อม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนชื้น มีปัจจัยที่เร่งให้กระบวนการเสื่อมสภาพเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 40-50 ปีมานี้ บุคลากรด้านอนุรักษ์ศิลปกรรม ใช้ความรู้หลาย ๆ สาขาร่วมกันทั้งด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะเพื่อศึกษา วิเคราะห์ วิจัยหาสาเหตุที่ทำให้วัสดุต่าง ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงและหาวิธีชะลอหรือหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น  ได้ข้อเสนอแนะว่าควรป้องกันการเสื่อมสภาพด้วยการเพิ่มความระมัดระวังในการจับต้อง เคลื่อนย้าย ขนส่ง  จัดแสดงและจัดเก็บในคลัง การควบคุมสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการยืดอายุของศิลปวัตถุเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นจากความร้อน ความชื้น แสงสว่าง ก๊าซ ฝุ่นละออง แมลง และรา แต่สิ่งที่จะช่วยปกป้องศิลปวัตถุได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดคือบรรจุภัณฑ์ เช่น ซอง แฟ้ม กล่อง  ลัง และตู้ ชั้น ลิ้นชัก การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมในการทำบรรจุภัณฑ์ นอกจากจะทำให้ศิลปวัตถุถูกห้อมล้อมด้วยวัสดุที่ปราศจากกรด ด่าง ไอระเหย และสารเคมีต่าง ๆ ซึ่งป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเคมีแล้ว ยังสามารถช่วยทำให้อุณหภูมิและความชื้นรอบ ๆ...