SAC Gallery | GOLEM2022: Embodying the monster
15358
post-template-default,single,single-post,postid-15358,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-17.2,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.6,vc_responsive
 

GOLEM2022: Embodying the monster

 

เอส เอ ซี แกลเลอรี

ภูมิใจเสนอ

 

GOLEM2022: Embodying the monster

คิวเรท โดย ภัทฐิชา ฐิติธรรมาภรณ์

 

โดย

เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล

 

 

ณ ชั้น 3 อาคารหอศิลป์

เอส เอ ซี แกลเลอรี

17 มีนาคม – 4 มิถุนายน 2565


พิธีเปิดนิทรรศการ: 17 มีนาคม 2565, 18:00 น.

 

#SACRuangsak #GOLEM2022 #SACxVER

 

 

มนุษย์เรามองเห็นอะไรจากเงาสะท้อนของกระจก? องค์ประกอบของร่างกายที่รวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว แตกต่างและคล้ายคลึงจากคนอื่นในรายละเอียดเพียงเล็กน้อยหากมองด้วยสายตา แต่ยังคงความเป็นมนุษย์โดยพื้นฐานอันไม่สมบูรณ์แบบ จากวิวัฒนาการและการปรับตัวให้เอาตัวรอดได้ในสภาพแวดล้อมอันหลากหลายในแต่ละพื้นที่ เป็นระยะเวลายาวนานในประวัติศาสตร์วิวัฒนาการสายพันธุ์มนุษย์ เพราะมนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้น

 

สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกต่างๆ ความบกพร่องและขาดหาย เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกหวาดกลัว ต่อการขาดพร่องซึ่งปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ ก่อเกิดความรู้สึกอันไม่มั่นคง ขับเคลื่อนไปสู่ความคิดในการแสวงหาหรือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เพื่อช่วยให้สามารถปรับตัวและอยู่รอดต่อไป กลายเป็นตำนานเรื่องเล่าขานอันบันทึกไว้ถึงสิ่งมีชีวิตพิเศษซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยน้ำมือของมนุษย์ เพื่อเป็นร่างแทนหรือภาพสะท้อนของสิ่งมีชีวิตอันสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นไปกว่ามนุษย์

 

Embodying the monster นิทรรศการเดี่ยวโดยศิลปินเรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล เป็นหนึ่งในนิทรรศการต่อเนื่องจาก GOLEM โปรเจคทางศิลปะระยะยาวตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2554 ศิลปินหยิบยืมแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าในตำนานของสิ่งมีชีวิตที่สร้างขึ้นจากดินเหนียวในนิทานพื้นบ้านชาวยิว เป็นที่เรียกขานกันในนามว่า golem สิ่งมีชีวิตซึ่งประกอบร่างสร้างกายขึ้น มีชีวิตและเคลื่อนไหวได้ด้วยเวทมนตร์หรือถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ ให้เป็นผู้คอยช่วยเหลือ ปกป้องหรือคุ้มครองตามวัตถุประสงค์อันบริสุทธิ์ของผู้สร้าง golem ปรากฏตัวขึ้นในคำบอกเล่า ตำนาน และเรื่องเล่าในหลายพื้นที่บนเนื้อหาที่แตกต่างกันไป สิ่งหนึ่งที่มีร่วมกันคือสิ่งมีชีวิตรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับมนุษย์แต่กลับสมบูรณ์เหนือไปกว่าผู้สร้าง จนถูกทำลายหรือทำให้สลายกับคืนสู่วัตถุตั้งต้น golem จึงสะท้อนถึงแก่นของเรื่องเล่าผ่านกฎของการสร้างสรรค์และการทำลายล้างซึ่งเป็นสิ่งคู่กัน

 

เรืองศักดิ์ มองย้อนกลับไปในตำนานเกี่ยวกับ golem ในวัฒนธรรมต่างๆ ถึงรูปร่างหน้าตาอันสมบูรณ์แบบจากจินตนาการของมนุษย์ และตีความถึง GOLEM ของตนขึ้นมาใหม่ด้วยความหมายที่ร่วมสมัย ด้วยรูปร่างของมนุษย์จำลองรูปทรงสูงใหญ่ซึ่งรวมจุดเด่นและองค์ประกอบของร่างกายที่เชื่อว่าสมบูรณ์แบบที่สุด มาประกอบสร้างร่างกายขึ้นผ่านการรวบรวมและสะสมชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่างๆ จากพันธุ์พืชและสัตว์กว่าทั่วโลก นำมาเผาให้เหลือเพียงฝุ่นเพื่อเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการสร้างสรรค์และขึ้นรูปผลงานแต่ละชิ้นให้กลายเป็นชิ้นส่วนของอวัยวะร่างกาย

 

รวบรวมและนำกลับมาจัดแสดงอีกครั้งในนิทรรศการ Embodying the monster โดยเป็นการนำเอาภาพร่างชิ้นส่วนอวัยวะของร่างกายแต่ละชิ้นกลับมาประกอบเข้า ผูกและโยงความหมายของสิ่งมีชีวิตแต่ละสายพันธุ์เข้าด้วยกันกับผลงานแต่ละชิ้นผ่านเรื่องเล่า และตำนานพื้นถิ่น ทำให้เห็นว่าไม่ว่าจะในทางตรงหรือทางอ้อม เราต่างเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะในวัฒนธรรมบริโภคนิยม ที่เปลี่ยนรูปแบบของการบริโภคให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค บริการทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ เพื่อสร้างร่างกายที่สมบูรณ์และแข็งแรงตามรสนิยมของสังคม ศิลปินสร้าง GOLEM ให้กลับคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้งผ่านเรื่องเล่าที่สร้างความหมายของสิ่ง ซึ่งเปลี่ยนถ่ายลื่นไหลจากสภาวะหนึ่งไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง ความตายของสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ส่งผ่านและกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตอีกสิ่งหนึ่ง วนเวียนเป็นวงจรชีวิตของบรรดาสรรพสิ่งที่อาศัยอยู่ร่วมกันบนผืนโลก หากแต่กฎของธรรมชาตินี้เองกลับไม่อาจครอบคลุมและจำกัดความต้องการอันไร้ขอบเขต ในการดำรงชีวิตและการสร้างมนุษย์ที่เหนือกว่าและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปกว่าได้

 

และในปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้ามากพอ การสร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบกว่ามนุษย์ไม่ใช่เรื่องยากเหนือจินตนาการอีกต่อไป คงจะไม่แตกต่างอะไรจากเวทมนตร์เมื่อครั้งอดีตที่สร้างสิ่งมีชีวิตเช่น golem ขึ้นมา อย่างไรก็ตามแก่นแท้ของธรรมชาติมนุษย์กลับเปลี่ยนแปลงไม่ทันความก้าวหน้าเหล่านั้น แม้ว่าพฤติกรรมของเราจะถูกปรับไปตามสภาพแวดล้อมเท่าไร แต่เบื้องลึกในจิตสำนึกยังคงไว้ซึ่งความคิดความคาดหวังที่ขัดแย้งกัน ความรู้สึกบกพร่องและขาดหายซึ่งบางสิ่งบางอย่าง ความเป็นมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเกินกว่าที่จะบอกเล่าผ่านรูปร่าง สีผิว และสติปัญญา สุดท้ายแล้วภาพสะท้อนที่เราเห็นจากกระจกเงาอาจไม่เพียงพอที่จะบอกเล่าถึงตัวตนความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ เท่ากับบันทึกความสัมพันธ์ในระบบนิเวศน์ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ที่ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและเชื่อมสายธารของเรื่องเล่าจากแต่ละแห่งเข้าด้วยกันทั้งในแง่เวลาและสถานที่

 

GOLEM ของเรื่องศักดิ์จึงเปรียบเสมือนบันทึกของสายพันธุ์และสายสัมพันธ์ของชีวิตที่เคยดำรงอยู่ และยังดำรงอยู่ บางสายพันธุ์ใกล้เคียงกับคำว่าสูญพันธุ์ สูญหาย พบเห็นได้ยากในธรรมชาติ จนเราสามารถทำความรู้จักสายพันธุ์ต่างๆ เหล่านั้น ได้เพียงจากคำบอกเล่า เรื่องเล่า หรือในอีกความหมายหนึ่งตำนานที่กล่าวถึงสัตว์วิเศษเองเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในอดีตเช่นเดียวกัน อาจกล่าวได้ไม่เกินไปนักว่าการทำงานของเรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล เปรียบได้กับนักเล่นแร่แปรธาตุทางศิลปะ ที่นำเอาสหศาสตร์มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานชุด GOLEM และถูกปลุกกลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านผัสสะทางศิลปะในนิทรรศการ Embodying the monster เมื่อสภาวะของเรื่องเล่าทำงานร่วมกันราวกับเวทมนตร์ที่นอกจากจะประกอบร่างสร้างตัวตน GOLEM ตัวนี้ขึ้นมาแล้ว ยังร้อยเรียงผู้ชมเข้ากับเรื่องเล่าเหล่านั้นที่เลื่อนไหวไปตามเค้าโครงร่างของสิ่งมีชีวิตอันสมบูรณ์แบบเหนือความเป็นมนุษย์ แทนถึงตัวตนบนโลกที่ผู้คนล้วนจินตนาการไม่ถึง แปลกปลอม บกพร่อง และไม่สมบูรณ์แบบ

 

นิทรรศการ “GOLEM2022: Embodying the monster” มีกำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 17 มีนาคม – 4 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ณ บริเวณหอศิลป์ ชั้น 3 เอส เอ ซี แกลเลอรี (SAC Gallery) โดยมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565 ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป