SAC Gallery | Intentional Chance
12722
post-template-default,single,single-post,postid-12722,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-17.2,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.6,vc_responsive
 

Intentional Chance

 

เอส เอ ซี แกลเลอรี

ภูมิใจเสนอ

 

Intenational Chance

คิวเรท โดย ชล เจนประภาพันธ์

 

โดย

กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย

 

 

ณ ชั้น 2 อาคารหอศิลป์

เอส เอ ซี แกลเลอรี

3 เมษายน – 22 พฤษภาคม 2564

 

#SACKitikong

 

 

Sunday, 2020
, Oil on Sa paper, 145 x 100 cm

 

เทคนิคพื้นฐานของการสร้างผลงานจิตรกรรมคือการวาดภาพด้วยพู่กัน ศิลปินจำนวนไม่น้อยใช้อุปกรณ์นี้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และเมื่องานศิลปะมีพู่กันเป็นผู้ดำเนินเรื่อง ยิ่งทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า รอยทีแปรง (Brushstroke)  มีบทบาทอย่างไรในงานจิตรกรรม จิตรกรในประวัติศาสตร์สำรวจศักยภาพการแสดงออกของพู่กันด้วยความพยายามค้นคว้าหาแก่นแท้ของเครื่องมือพื้นฐานนี้ผ่านการสำรวจสภาวะภายใน ที่ระดับอารมณ์และความรู้สึก ทำให้ทีพู่กัน หรือทีแปรง มีความหมายเป็นอุปลักษณ์ของพลังงานที่สื่อ สะท้อนสภาวะ มุมมอง ท่าทาง หรือกระทั่งห้วงเวลาขณะที่ศิลปินผลิตผลงาน

 

Orange Dancing, 2020
, Oil on Sa paper, 100 x 200 cm

 

Intentional Chance คือนิทรรศการที่นำเสนอผลงานจิตรกรรมของ กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย ผู้สร้างสรรค์รอยทีพู่กันด้วยเทคนิคพิเศษ ไม่เพียงแต่ร่องรอยความเคลื่อนไหวที่ทำให้ผลงานของเขาดูราวกับการสื่อสารทางภาษาชนิดหนึ่ง การเคลือบผลงานด้วยวัสดุพิเศษยิ่งขับเน้นรอยทีแปรงเหล่านั้นให้ชัดเจน และสร้างมิติให้กับความเคลื่อนไหวบนระนาบ “Intentional Chance” จึงเป็นนิทรรศการที่ต้องการสร้างความหมายใหม่ให้กับผลงานนามธรรมที่สร้างสรรค์ผ่านทีพู่กัน ผู้ชมจะเป็นผู้ถอดรหัสนามธรรมนี้ และพบกับเรื่องราวที่เผยออกมาด้วยรอยทีแปรงของศิลปิน

 

Golden Victory, 2020, Acrylic and lacquer on paper, 35 x 35 cm

 

หากย้อนไปสำรวจโลกจิตรกรรมโบราณ รอยทีแปรงและพื้นผิวที่หยาบกร้าน มักจะถูกจัดการให้หายไปจากระนาบจิตรกรรม การปรากฏของรอยทีแปรงที่รุนแรงและชัดเจนกลับกลายเป็นหนึ่งในเรื่องท้าทายของประวัติศาสตร์ศิลปะ โดยเฉพาะในช่วงที่จิตรกรรม Abstract Expressionism ถือกำเนิดขึ้นในนิวยอร์กช่วงปี 1940 – 1950 จิตรกรรมนามธรรมปาดป้ายด้วยรอยทีแปรงอย่างหนักแน่นได้ออกมาเผชิญหน้าต่อผู้ชม หลังจากการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง การสร้างจิตรกรรมด้วยรอยทีแปรงเริ่มได้รับการยอมรับ และมักจะถูกให้ค่าไปในสถานะของการ “สำแดง” ของศิลปิน เป็นเทคนิคที่มักจะถูกโยงเข้าสู่ท่าที (gesture) ของความรู้สึกและสภาวะอารมณ์ของศิลปินโดยตรง

 

Brush and Rust, 2020, Acrylic and lacquer on canvas, 145 x 104 cm

 

แม้แต่ศิลปะแนวป๊อป (Pop Art) หรือการแสดงออกแนวมินิมอลลิสม์ (Minimalism) ที่เกิดขึ้นในภายหลังก็ยังตรวจสอบและตั้งคำถามเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของรอยพู่กันบนพื้นผิวผ้าใบ ทีพู่กันได้ถูกตวัดจารึกไว้ในโลกศิลปะอย่างนับไม่ถ้วน ทั้งได้รับการยอมรับและสบประมาท แต่ในอีกมุมหนึ่งการวาดภาพด้วยรอยพู่กันคือกระบวนการที่ชวนให้ขบคิดอยู่เสมอ ตั้งแต่รอยแปรงที่บริสุทธิ์ของเด็กๆ การเคลื่อนไหวพู่กันของสัตว์ ของศิลปินมือฉมัง หรือจะทั่งของนักกวีผู้ใช้พู่กันในการเขียนอักขระ ล้วนต่างมีท่าทีและจุดประสงค์ในการแสดงออกที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับมุมมอง และการให้คุณค่าที่เราสวมใส่ให้กับเครื่องมือที่เราเรียกว่าพู่กัน ผลงานของกิติก้องก็เช่นกัน เมื่อทีแปรงไม่ใช่เพียงการ “สำแดง” เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสภาวะที่หลากหลายที่ยังแทรกอยู่ในรอยทีแปรงเหล่านั้น ซึ่งการรับรู้ของผู้ชมจะเป็นเครื่องมือแปรสารสำคัญที่ซ่อนอยู่ในผลงาน

 

Midnight, 2020, Acrylic and lacquer on canvas, 155 x 155 cm

 

นอกจากการพิจารณาทัศนธาตุ (Visual Element) ที่งานนามธรรมใช้สื่อสารแล้ว การสังเกตลงไปในท่าทีของผลงาน จะเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นเจตนาของศิลปะนามธรรม โดยเฉพาะรอยทีแปรงที่ปาดป้ายนั้นล้วนมีนัยยะทั้งสุนทรียภาพและการเมืองในตัวของมันเอง ดังเช่นที่ Abstract Expressionism เคยมีอยู่เพื่อยืนยันตัวตนท่ามกลางบริบทของสงครามเย็น อิสระภาพที่อยู่ในท่าทีของ “ภาวะอัตโนมัติ” (automatism) ในงานนามธรรมร่วมสร้างจุดยืนทั้งในเส้นทางของศิลปะ และจุดยืนทางสังคมในรูปแบบใหม่ของอเมริกาในช่วงเวลานั้นๆ

 

Floating Elements, 2020, Mix media on acrylic, 60 x 60 cm

 

ด้วยเหตุนี้ อาจจะกล่าวได้ว่าการปลดเปลื้องจิตรกรรมด้วยทีแปรง ได้กลายเป็นท่าทีที่สำคัญของกิติก้อง ภาวะอัตโนมัติได้ปลดปล่อยจินตนาการของศิลปิน เช่นเดียวกับที่กิติก้องจงใจปล่อยให้ผลงานของมีลักษณะคล้ายกับอักขระทางภาษา มีไวยากรณ์อันเต็มไปด้วยจินตนาการและอิสระในการแสดงออก จังหวะจะโคนของพู่กันปาดป้ายอย่างอิสระและเต็มไปด้วยเจตจำนงที่ศิลปินแสดงพลังงานให้ปรากฏผ่านเส้น สี รอยทีแปรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบผืนผ้าใบ เพราะสิ่งสำคัญของงานนามธรรมคือการค้นหาภาษาใหม่ของรอยทีแปรง สี พื้นผิว และพื้นที่ว่าง ค้นหาสุนทรียภาพที่ยังไม่มีใครค้นพบ “Intentional Chance” จึงเป็นนิทรรศการที่เรียงร้อยผลงานในหลายๆ ช่วงในชีวิตของกิติก้อง ติลกวัฒโนทัย ทีพู่กันได้ปรากฏราวกับเป็นลายมือของศิลปินซึ่งไม่มีใครจะเลียนแบบได้ และรอยทีแปรงที่เผยตัวอยู่ในนิทรรศการนี้จะเป็นการประกาศอีกครั้งถึงเจตจำนงของจิตรกรรมนามธรรมที่ยังทรงตัวอยู่บนเส้นทางของศิลปะร่วมสมัยอย่างโดดเด่นเสมอมา

Artsy Exhibition

นิทรรศการ Intentional Chance จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน – 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 โดยพิธีเปิดจะมีในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2564 เวลา 18:00 น. และเปิดให้เข้าชมในวันจันทร์- เสาร์ เวลา 10:00 น. – 18:00 น. (วันอาทิตย์กรุณานัดหมายล่วงหน้า) ณ ชั้น 2, เอส เอ ซี แกลเลอรี แผนที่

 


 

ภาพนิทรรศการ