SAC Gallery | Kittaya Poolsawatdi | solo exhibition at Rosewood Bangkok
6726
post-template-default,single,single-post,postid-6726,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-16.8,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.5.2,vc_responsive
 

Kittaya Poolsawatdi | solo exhibition at Rosewood Bangkok

Kittaya Poolsawatdi | solo exhibition at Rosewood Bangkok

 

 

S.A.C. in collaboration with Rosewood Bangkok

presents

a Solo Exhibition by

Kittaya Poolsawatdi

 

Kittaya Poolsawatdi, ‘TREATMENT’, oil on canvas, 150 x 80 cm 

 

 

during 31 March – 15 June 2019

at Rosewood Hotel, Bangkok


 

CONCEPT OF WORKS: Kittaya Poolsawatdi

There is no true winner in the war. Every war causes losses to everything. This series of artwork represents the aftermath of the war that humankind has to face whether they are the ruined life, the separation from one’s lover, or the loss of a culture. Kittaya Poolsawatdi intends to commemorate the war’s disheartened side-effects through oil painting and utilizes a stunning beauty to narrate the history of pain.

 

Installation view at Rosewood Bangkok

 

This series started when the artist travelled to Europe in order to explore into the past wars’ historical remnants. Then, he transposes them into the artwork by resembling one’s imagination and the one’s reality. For instances, in The Vase, Boro, Treatment, they depict an elite woman, wearing a peculiar fabric embroidered with a militaristic symbol, stands in an alienated ambience yet she still looks gorgeous thereof. In Blow Away, a woman is sitting and swaying on the swing amidst the pile of messy belongings as if she is sinking into the dream as a means to escape from the painful reality. In Ignite, a girl in an origami style of cloth is standing confrontationally amidst the other components that are gravitating to the ground – representing the fallen of the warfare weapons. Elaborately, this artwork tells the story about a Japanese girl who folded and wrapped the paper dove around herself as a hopeful wish to be cured from leukemia. However at last, it cannot prolong her life as the nuclear radiation she suffered from Hiroshima, in Japan during the Second World War where human are massacred, is incurable. In Shaping, the broken objects are fixed by the embroidered golden thread. They represents the recovery of the wound and the reconstruction and rebirth of the previous ruined cultures. Lastly, in Bath, it shows the mischievous humour of a woman in a bath fulfilled with hidden artworks. These precious artworks might be hung on the gallery’s wall before but when one’s life is in calamity, the way to preserve one’s treasured culture may happen in a peculiar gesture different from the convention.

 

Kittaya Poolsawatdi, ‘SHAPING’, oil on canvas, 210 x 140 cm

 

The daunted feeling from the war that instead has not been told through the vicious portrayal but the captivating beauty with the subtle misplacement is an artistic rhetorical language fulfilled with an implication of anomalies in life during war time.

 

Installation view at Rosewood Bangkok

 

แนวความคิดของผลงานในนิทรรศการ โดย ศิลปิน กฤตยา พูลสวัสดิ์

ไม่เคยมีผู้ชนะที่แท้จริงในสงคราม ทุกสงครามก่อให้เกิดความสูญเสียกับชีวิตทุกสรรพสิ่ง ผลงานจิตรกรรมชุดนี้แสดงถึงผลลัพธ์ของสงครามที่มนุษยชาติต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่ถูกทำลาย การพลัดพรากจากผู้เป็นที่รัก การสูญสลายทางวัฒนธรรม โดยศิลปิน กฤตยา พูลสวัสดิ์ ตั้งใจรำลึกถึงผลกระทบที่น่าสะเทือนใจของสงครามผ่านงานจิตรกรรมสีน้ำมัน โดยเจตนาใช้สัญลักษณ์ที่งดงามถ่ายทอดหน้าประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวด


ศิลปินเริ่มต้นการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ด้วยการเดินทางไปในพื้นที่ทางยุโรปเพื่อสำรวจเศษซากที่หลงเหลือทางประวัติศาสตร์ของสงครามที่เคยเกิดขึ้น และตีความเล่าผ่านผลงานศิลปะในรูปลักษณ์การผสมผสานระหว่างจินตนาการกับความจริง ตั้งแต่ภาพสตรีชั้นสูงที่ยังคงพยายามสง่างาม แม้ว่าเธอเหล่านั้นต้องนุ่งห่มสิ่งทอประหลาดที่มีสัญลักษณ์ทางการรบของทหารในบรรยากาศที่โดดเดี่ยว (ผลงานชื่อ The vase , Boro, Treatment )

 

Kittaya Poolsawatdi, ‘BLOW AWAY’, oil on canvas, 225 x 90 cm


สตรีเล่นชิงช้าล่องลอยท่ามกลางข้าวของที่ล้มระเนระนาด คล้ายเธอกำลังจมดิ่งอยู่ในความฝันเพื่อหลีกหนีจากโลกความจริงที่เจ็บปวด ( ผลงานชื่อ Blow Away )

 

Kittaya Poolsawatdi, ‘IGNITE’, oil on canvas, 210 x 140 cm


หญิงสาวที่นุ่งห่มด้วยกระดาษพับยืนตระหง่านท่ามกลางองค์ประกอบวัตถุสัญลักษณ์ที่พุ่งดิ่งลงพื้น แทนภาพอาวุธสงครามที่มนุษย์ใช้โจมตีสังหารกัน สื่อสารเรื่องราวของเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นที่พับนกกระเรียนกระดาษพันตัวเพื่อขอพรอธิษฐานให้พ้นจากอาการป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและสุดท้ายก็ไม่อาจยื้อชีวิตเด็กหญิงไว้ได้ เพราะผลกระทบที่เธอได้รับพิษจากระเบิดนิวเคลียร์ ณ เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมหาศาล ( ผลงานชื่อ Ignite )


หรือแม้กระทั่งการถักทอเส้นทองคำเพื่อซ่อมแซมรอยแตกร้าวของวัตถุให้ประกอบร่างขึ้นเปรียบเปรยถึงการฟื้นฟูและการหลอมรวมวัฒนธรรมที่เคยถูกทำลายให้เติบโตขึ้นใหม่อีกครั้ง ( ผลงานชื่อ Shaping )

 

Kittaya Poolsawatdi, ‘BATH’, oil on canvas, 110 x 150 cm


ท้ายสุดกับตลกร้ายผ่านภาพหญิงสาวในอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยงานศิลปะซุกซ่อน ที่ครั้งหนึ่งผลงานศิลปะล้ำค่าเหล่านี้อาจเคยแขวนให้ชื่นชมบนผนังหอศิลป์ แต่เมื่อชีวิตคับขันการรักษาศิลปวัฒนธรรมที่หวงแหนอาจจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่แปลกประหลาดต่างจากเดิม ( ผลงานชื่อ Bath )


ความสะเทือนใจของภัยสงครามที่ไม่ได้บอกเล่าผ่านสัญลักษณ์ที่น่ากลัวโหดร้าย แต่ความงดงามและบางสิ่งที่อยู่แบบผิดที่ผิดทางต่างหากกลับกลายเป็นภาษาศิลปะแฝงความนัยแสดงความผิดปกติของการดำเนินชีวิตที่เกิดขึ้นในภาวะสงคราม

 


 

Installation view at Rosewood Bangkok

 

The exhibition is the collaboration between S.A.C. Subhashok The Arts Centre and Rosewood Bangkok. Curated by Suphita Charoenwattanmongkhol. The exhibition is on view during 31 March – 15 June 2019 at Rosewood Hotel, 1041/38 Ploenchit Road, Lumpini, Pathumwan Bangkok, 10330, Thailand.

นิทรรศการจากความร่วมมือระหว่าง ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ และโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ จัดแสดงระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 15 มิถุนายน 2562 ณ โรงแรมโรสวูด ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ  นิทรรศการจัดโดย ภัณฑารักษ์ สุภิตา เจริญวัฒนมงคล

 


 

About an artist

Kittaya Poolsawatdi graduated with a bachelor’s degree from Faculty of Painting, Sculpture and Graphic Arts, Silpakorn University. He is a remarkable Thai artist who has a unique style in creating an artwork by mixing and combining various aspects of the worlds between dream and reality that occurs to an individual  – for instances: the everyday life that one needs to live by the societal rules despite of the fact that one may pursue one’s own dream, as Poolsawatdi did it himself in his solo exhibition  UNTIE (2015), the reflection on the myth about the judgement or stereotype made on an individuals by certain group of people in a group show with Malaysian artists in– Across the Bridge (2018), his latest exhibition. Apart from that, he is outstanding in combining or hybridizing a contemporary design with the local one as found in Art Project, which the artist is currently creating artworks to be installed in the new hotel, that will be inaugurated soon in Chiang Mai. The artist tends to manoeuvre the figurative gesture of a human, living thing, and symbolic object in an idiosyncratic manner as a means to achieve the sublime implication of a human experience through these majestic forms.

 

เกี่ยวกับศิลปิน

กฤตยา พูลสวัสดิ์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ศิลปินไทยผู้นี้มีเอกลักษณ์ในการสร้างงานศิลปะโดยการผสมผสานระหว่างโลกแห่งความฝันและเรื่องราวความจริงที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ในแง่มุมต่างๆเข้าด้วยกัน เช่น การดำเนินชีวิตที่ต้องปฏิบัติตามกฎกติกาสังคมโดยที่ผู้คนยังคงโหยหาตามความฝันของตนเองในนิทรรศการแสดงเดี่ยว UNTIE  ปีพ.ศ. 2558  หรือการนำเสนอภาพสะท้อนของมายาคติการตีความคุณค่าความหมายที่มนุษย์กลุ่มหนึ่งอุปโลกน์สร้างขึ้นในการแสดงนิทรรศการร่วมกับศิลปินมาเลเซียกับนิทรรศการล่าสุด Across the Bridge เมื่อปลายปีพ.ศ. 2561 นอกจากนั้นยังโดดเด่นในการผนวกรวมระหว่างผลงานการออกแบบร่วมสมัยและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ในโครงการ Art project  โดยปัจจุบันศิลปินกำลังสร้างผลงานศิลปะกับสถานที่เพื่อติดตั้ง ณ โรงแรมที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆนี้ในจังหวัดเชียงใหม่ ศิลปินมักจัดวางท่าทีของมนุษย์ สิ่งมีชีวิต และวัตถุสัญลักษณ์ในองค์ประกอบที่แปลกตาโดดเด่น โดยแฝงนัยยะลึกซึ้งของชีวิตผ่านความงดงามในรูปแบบต่างๆได้อย่างลงตัวและน่าจดจำ