SAC Gallery | จิตรกรในร่างทรงนักร้องเพลงร็อก ‘ปาล์ม Instinct’ | GQ Thailand
14742
post-template-default,single,single-post,postid-14742,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-17.2,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.6,vc_responsive
 

จิตรกรในร่างทรงนักร้องเพลงร็อก ‘ปาล์ม Instinct’ | GQ Thailand

ถ้าเอ่ยชื่อ ‘ปรียวิศว์ นิลจุลกะ’ หรือ ‘ปาล์ม Instinct’ คอดนตรีร็อกชาวไทยน่าจะรู้จักเขาในฐานะนักร้องเพลงร็อกขวัญใจวัยรุ่น ฟรอนต์แมนแห่งวงอินสติงต์ (Instinct) เจ้าของเพลงฮิตอย่าง “โปรดส่งใครมารักฉันที” “ขอโทษหัวใจ” และ “ยิ้ม” ที่โด่งดังจนคนร้องตามได้ทั่วบ้านทั่วเมือง หรือแฟนเพลงบางคนอาจรู้จักเขาในฐานะ ‘หน้ากากหมีเหล็ก’ แห่งรายการ The Mask Singer ซีซั่นที่ 4

แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่า นอกจากบทบาทนักร้องเพลงร็อกแล้ว ชายหนุ่มผู้นี้ยังมีอีกบทบาทหนึ่งในฐานะศิลปินวาดภาพอีกด้วย แล้วเขาก็ไม่ได้แค่ทำเล่นๆ เป็นงานอดิเรกยามว่าง หากแต่ทำงานศิลปะอย่างจริงจังควบคู่กับการร้องเพลงมาโดยตลอด เขายังเคยจัดนิทรรศการแสดงศิลปะทั้งเดี่ยวและกลุ่มมาแล้วหลายครั้ง จนเรียกได้ว่าการทำงานศิลปะเป็นอีกวิชาชีพหนึ่งของเขาเลยก็ว่าได้ ซึ่งอันที่จริงตัวเขาเองก็มีความสนใจหลงใหลในการทำงานศิลปะมาตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์ และสานต่อด้วยการเข้าศึกษาด้านศิลปะที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร หลังจากจบการศึกษาเขาก็ยังคงสร้างสรรค์ผลงานศิลปะควบคู่กับการทำงานดนตรีอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

ในช่วงแรกๆ ผลงานของปาล์มเป็นภาพวาดแนวป๊อปอาร์ตเปี่ยมสีสันคล้ายกับการ์ตูนญี่ปุ่น ที่นำเสนอเรื่องราวที่คนส่วนใหญ่อาจกระดากใจเกินกว่าจะพูดถึงอย่างเรื่องเซ็กส์ โดยเขาสร้างคาแร็กเตอร์ผู้ชายใส่หน้ากากที่มีชื่อว่า Mr. Sexman

โดยได้ต้นแบบตัวละครมาจากตัวของเขาเอง ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ชายบ้ากามที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจผู้ชายทุกคน ผู้ที่มักจะถูกแวดล้อมด้วยบรรดาสาวๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แฟนตาซีทางเพศของผู้ชายในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงสาวขายบริการทางเพศที่เรียกกันว่า ‘สาวไซด์ไลน์’ ที่แต่งกายนุ่งน้อยห่มน้อย ไปจนถึงชุดนักเรียนนักศึกษา และสวมหน้ากากปิดบังโฉมหน้าตัวเอง หรือหลอมรวมตัวเข้ากับเซ็กส์ทอยต่างๆ เพื่อนำเสนอความจริงอีกแง่มุมหนึ่งในสังคมเราที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากพูดถึง หรือทำเป็นมองไม่เห็น ด้วยลีลาที่แฝงอารมณ์ขันแกมเสียดสีอย่างเปี่ยมสีสันยิ่ง

ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนหัวข้อในการทำงานมานำเสนอเรื่องราวของบุคคลผู้มีอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หรือเรียกสั้นๆ ว่าตำรวจ ในผลงานชุด Siam Rangers ที่นำเสนอภาพของเหล่าบรรดาตำรวจทั้งหลายในรูปลักษณ์แฟนตาซี แบบเดียวกับซูเปอร์เซนไต (Super Sentai) หรือขบวนการยอดมนุษย์ 5 สี ในการ์ตูนและภาพยนตร์โทรทัศน์ญี่ปุ่นได้อย่างเฮฮาครื้นเครง

 

 

ล่าสุดเขาหันเหมาสร้างผลงานที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของมนุษย์ ด้วยการสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับชีวิตและความตายในสไตล์เสียดสีและขบขัน ผ่านตัวละครซอมบี้ที่เผชิญหน้าความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยนำเสนอในนิทรรศการเดี่ยวของเขาที่มีชื่อว่า I’ll be back

ปาล์มเล่าถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังผลงานชุดล่าสุดของเขาว่า “พอจบงานชุด Siam Rangers ผมอยากเปลี่ยนเนื้อหาในการทำงาน หลังจากใช้เวลาคิดอยู่นานมากว่าจะทำเรื่องไหนดี ระหว่างนั้นก็เกิดเรื่องราวหลายอย่างรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นแมวที่ผมเลี้ยงเอาไว้ตายจากไป หรืออยู่ๆ ภรรยาของพี่ที่เป็นอดีตพนักงานขับรถตู้ประจำวงก็เสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน และอีกหลายๆ เรื่องที่ทำให้ผมเริ่มวิตกจริตว่า ถ้าวันหนึ่งคนรอบข้างเราตายไปหมด แล้วเราจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม? ผมก็เลยทำงานศิลปะเพื่อเยียวยาตัวเอง โดยคิดว่าถ้าเรากลัวอะไรสักอย่าง เราควรขลุกอยู่กับมันเยอะๆ หาเรื่องเย้าแหย่มัน จนวันหนึ่งถ้าเราชินกับมัน ก็น่าจะดีขึ้น ผมเลยตัดสินใจว่าจะทำเรื่องเกี่ยวกับความตาย โดยแบ่งเป็นหลายๆ ซีรีส์ เหมือนผู้กำกับทำหนังหลายๆ เรื่องพร้อมๆ กัน

 

 

“งานชุดแรกมีชื่อว่า Memento Moe ที่มีที่มาจากคำว่า ‘Memento Mori’ ซึ่งเป็นมรณานุสติของฝั่งตะวันตก และคำว่า ‘โมเอะ’ (Moe) ซึ่งเป็นคำสแลงหมายถึงความน่ารักแบบอนิเมะญี่ปุ่น ที่เป็นการผสมภาพวาดเกี่ยวกับความตายของตะวันตกเข้ากับภาพวาดการ์ตูนญี่ปุ่นน่ารักๆ ทำให้ความตายดูเป็นเรื่องน่ารักหวานแหววแทนที่จะน่ากลัว

“งานชุดที่สองเป็นเรื่องเกี่ยวกับโคโดกุชิ (Kodokushi) หรือการตายอย่างโดดเดี่ยว ซึ่งเป็นความตายที่ผมกลัวที่สุด ที่ญี่ปุ่นมีเยอะมาก งานชุดนี้ผมกำลังวางแผนจะทำขึ้นในอนาคต

“ส่วนงานชุดที่สาม ผมสร้างตัวละครซอมบี้ชื่อ ‘Bob’ ขึ้นจากแนวคิดว่า ถ้าคนเราตายแล้วฟื้นคืนชีพได้เรื่อยๆ จะเป็นอย่างไร ผมคิดว่าที่คนเรากลัวความตาย เพราะเราตายได้แค่ครั้งเดียว (เหมือนการเสียซิง) แต่ถ้าเราตายได้หลายครั้ง เราก็อาจจะไม่กลัวความตายอีกต่อไป ผมก็เลยสร้างคาแร็กเตอร์นี้ขึ้นมาเป็นเหมือนกับพนักงานบริษัททั่วไปที่ตายด้วยโรคโควิด-19 แล้วจู่ๆ ก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมา เพราะหมอสันนิษฐานว่าสารเคมีบางอย่างในร่างกายน่าจะทำปฏิกิริยากับเชื้อโควิด-19 ทำให้เขาเป็นอมตะเหมือนซอมบี้ พอ Bob ตายแล้วฟื้นได้เรื่อยๆ เขาก็เลยลองฝึกตายหลายๆ แบบ และค่อยๆ หาวิธีการตายอย่างสร้างสรรค์และพิสดารขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกระโดดให้รถไฟชน ขับรถตกทะเลให้ฉลามกิน ยืนฉี่ในบ่อลาวา เล่นน้ำคลื่นซึนามิ

“ผมพยายามทำให้ภาพของความตายดูสนุกสนานและน่าขบขัน เป็นการเผชิญหน้าความตายด้วยความกวนตีน งานชุดนี้ผมตั้งชื่อว่า I’ll be back ซึ่งมีที่มาจากหนัง The Terminator แปลเป็นไทยประมาณว่า ‘เฮ้ย เดี๋ยวกูมา ขอตัวไปตายก่อน’”

 

 

นอกจากผลงานในชุดล่าสุดแล้ว ปาล์มยังเปลี่ยนผลงานศิลปะในชุด Siam Rangers ของเขาให้อยู่ในรูปของ NFT (Non-Fungible Token) หรือการแปรเปลี่ยนผลงานศิลปะให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกเข้ารหัสให้มีลักษณะเฉพาะตัวจนไม่สามารถถูกทำซ้ำหรือคัดลอกได้ ทำให้ผลงานชิ้นนั้นกลายเป็นผลงานชิ้นเดียวในโลก หรือที่เรียกกันในอีกชื่อว่า ‘Crypto Art’ ที่กำลังเป็นที่ฮือฮาในโลกศิลปะและวงการสร้างสรรค์แขนงต่างๆ ในช่วงนี้ โดยปาล์มเปลี่ยนผลงานภาพวาดธรรมดาของเขาให้กลายเป็นผลงานศิลปะดิจิทัลที่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วย

“ผมสนใจ NFT มาตั้งนานแล้ว อยากทำมาก แต่เริ่มต้นช้า เพราะเสียเวลาไปกับการเรียนรู้ระบบด้วยตัวเอง ค่อยๆ หาวิธีไปเรื่อยๆ แล้วด้วยความที่เรามีผลงานอยู่แล้ว ก็เอาภาพวาดชุด Siam Rangers มาทำให้ขยับเขยื้อนได้นิดหน่อย ประมาณปล่อยแสงได้ และมีดนตรีประกอบด้วย”

 

 

สำหรับคำถามที่ว่า พอขายงาน NFT แบบนี้แล้ว เขาจะเผางานจริงแบบเดียวกับผลงานของแบงก์ซีไหม? ปาล์มตอบอย่างทีเล่นทีจริงว่า “ผมคิดๆ อยู่เหมือนกันนะ ว่าถ้างานมันประมูลราคาได้สูง ผมอาจจะจุดไฟเผางานจริงก็ได้ เท่ดี แต่ก็เสียดายเหมือนกันนะ (หัวเราะ)”

นิทรรศการ I’ll be back โดยปาล์ม-ปรียวิศว์ นิลจุลกะ จัดแสดงภายใต้ความร่วมมือในโครงการ Art Connection โดย SAC Gallery ร่วมกับโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ณ ห้องแสดงนิทรรศการชั้น 3 โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 0-2258-5580 ต่อ 401 หรืออีเมล info@sac.gallery

 

__

เรื่องโดย: ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

ขอขอบคุณบทความต้นฉบับ