SAC Gallery | 15 นิทรรศการน่าดูในกรุงเทพฯ ประจำเดือนกันยายน 2563 | Time Out
11509
post-template-default,single,single-post,postid-11509,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-17.2,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.6,vc_responsive
 

15 นิทรรศการน่าดูในกรุงเทพฯ ประจำเดือนกันยายน 2563 | Time Out

15 นิทรรศการน่าดูในกรุงเทพฯ ประจำเดือนกันยายน 2563 | Time Out

อย่าปล่อยให้วันหยุดต้องเสียไปเปล่าๆ ออกไปเสพงานศิลป์กันดีกว่า เพราะตลอดทั้งเดือนนี้ อาร์ตแกลเลอรีในกรุงเทพฯ ยังคงกระหน่ำจัดแสดงนิทรรศการศิลปะเอาใจสายอาร์ตกันอย่างคึกคัก ว่าแล้วก็เลื่อนลงไปเช็กกันก่อนได้เลย ว่ามีงานไหนถูกใจบ้าง

นิทรรศการศิลปะห้ามพลาดในเดือนนี้

 

Time Out พูดว่า

Wonderscape เป็นนิทรรศการที่รวบรวมผลงานของศิลปินคนสำคัญระดับชาติมาจัดแสดงให้เราชม โดยทั้งหมดเป็นผลงานสะสมของ คุณสุรพล บุญญาปะมัย ที่เก็บสะสมผลงานของศิลปินระดับปรมาจารย์ทั้ง 5 ท่านไว้ ได้แก่ ชลูด นิ่มเสมอ, สวัสดิ์ ตันติสุข, มณเฑียร บุญมา, อังคาร กัลยาณพงศ์ และ เหม เวชกร

การจัดแสดงผลงานครั้งนี้ เกิดจากผู้จัดต้องการให้ทุกคนได้ชมงานศิลปะที่เต็มไปด้วยฝีมือ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ของศิลปินที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ศิลปะของไทย รวมถึงต้องการให้นิทรรศการนี้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศิลปะรุ่นอื่นๆ ด้วยผลงานทั้งหมดที่จะแสดงให้เห็นถึงฝีไม้ลายมือของศิลปิน

นิทรรศการนี้จัดขึ้นที่ หอศิลป์ศุภโชค ดิ อาร์ต เซ็นเตอร์ (Subhashok the Arts Centre) เข้าชมได้ฟรีตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม – 27 กันยายน 2563

โดย KENIKA RUAYTANAPANICH

 


Time Out พูดว่า

นิทรรศการที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างแสงสว่างภายในที่มีต่อทัศนคติ ความรู้ และการมอบพลังที่ทำให้ผู้รับสามารถยืนหยัดด้วยตัวเอง นิทรรศการนี้คือการสืบค้นไปถึงการเผชิญหน้าต่ออุปสรรคในชีวิตและผลกระทบในด้านลบที่เหตุการณ์นั้นๆ ได้นำพามาด้วย เช่นนั้นแล้ว สิ่งที่กล่าวมานี้ทำให้เห็นภาพที่ชัดขึ้นจากความเป็นจริงว่า เมล็ดแห่งการสร้างสรรค์ที่ฝังอยู่ในตัวคนทุกคนนั้น จะเติบโตได้เมื่อเปลือกหุ้มของความเชื่อและความสามารถที่เรามีนั้นถูกกะเทาะออกไป

งานศิลปะจากนิทรรศการ “Finding Light” จะประกอบไปด้วย ผลงานจากศิลปินหญิงรุ่นเยาว์ทั้งกลุ่มและเดี่ยวที่เป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ สถานะของพวกเธอเน้นย้ำให้เห็นถึงอุปสรรคที่ต้องเผชิญไม่ว่าจะด้วยวิธีการหรือความรุนแรงในทุกระดับ นิทรรศการเปิดตัวครั้งนี้เองจึงเป็นการร่วมกันค้นหาผ่านความยากลำบากเพื่อไปสู่แสงสว่าง บนหนทางการต่อสู้ และความสำเร็จที่เยาวสตรีเหล่านี้ได้ก้าวผ่านไปสู่พื้นที่ปลอดภัยและการปลอบประโลม

โดย SURIYAN PANOMAI

 


Time Out พูดว่า

นิทรรศการกลุ่มที่นำผลงานศิลป์ของ 8 ช่างภาพชาวจีนมาจัดแสดงพร้อมกัน โดยผลงานแต่ชิ้นล้วนสะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์ของช่างภาพที่ต่างกันไป ทว่าผลงานทั้งหลายก็ยังคงเล่าถึงสิ่งหนึ่งเดียวกัน ซึ่งก็คือ การมองโลกแห่งความจริงโดยที่อาจมีอคติ วัฒนธรรม หรือความคิดจากโลกอื่นเข้ามาปะปน จนบางครั้งเราอาจสูญเสียบางสิ่งที่เป็นตัวเอง

‘ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 สังคมได้ตกอยู่ในกระแสโคจรที่ฉาบฉวยโดยมีการเข้าถึงข้อมูลขั้นลึกเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่อุบัติขึ้น สมองถูกป้อนด้วยข่าวสารและความบันเทิงอันตื้นเขิน เพราะเหตุนี้ผู้คนได้เริ่มเห็นผลกระทบจากกระแสนี้เพิ่มขึ้นทุกวัน ถูกบังคับให้ยิ่งมองลึกลงไปในข้อมูล เพื่อเปิดเผยความเป็นจริงของโลกที่อาศัยอยู่’

นิทรรรศการ Apertruth เป็นการรวมผลงานของช่างภาพชาวจีน ได้แก่ อะ โด่ (A Dou) ซวน เยี่ยนซู (Yanchu Sun) ฮวัง เฉี่ยว เลี่ยง (Xiaoliang Huang) ดู เยี่ยน ฟัง (Yanfang Du) หยาง ต๋า (Marc Yang) จัง เหว่ย (Wei Zhang) เฮ๋อ โบ๋ (Bo He) จาง หลันโพ (Lanpo Zhang)

งานนี้จัดแสดง ณ หอศิลป์ ศุภโชคฯ บนห้องแสดงนิทรรศการ ชั้น 2 เข้าชมฟรีตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 25 ตุลาคม 2563 (ปิดทุกวันจันทร์)

โดย KENIKA RUAYTANAPANICH

 


Time Out พูดว่า

การจัดแสดงผลงานเดี่ยวของศิลปินนามว่า ชญานิน กวางแก้ว ซึ่งนิทรรศการนี้เป็นส่วนหนึ่งจากนิทรรศการ A Symphony of Pauses ซึ่งเคยจัดแสดง ณ หอศิลป์ศุภโชคฯ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยผลงานนี้เล่าถึงขอบเขตของเวลาและการเคลื่อนไหวของโลกที่ไม่แน่นอน ทว่าความทรงจำในบางสิ่งกลับเป็นอยู่ชั่วนิรันดร์

ภาพผลงานของศิลปินจะทำให้เรารู้สึกถึงจังหวะเวลาที่เชื่องช้าของชีวิต อันรายล้อยไปด้วยวัตถุเบื้องหลังที่พร่าเลือน เปรียบเสมือนช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วอันรายล้อมสิ่งหนึ่งไว้ สำหรับนิทรรศการ Variations of Pauses จะจัดแสดงอยู่ที่ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ ณ Art Connection ชั้น 3 สามารถเข้าชมได้ฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 -30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 8.00 – 22.00 น.

โดย KENIKA RUAYTANAPANICH

 

__

อ่านบทความฉบับเต็มได้ ที่นี่