SAC Gallery | หน้าบัน – บรรพชน
9972
post-template-default,single,single-post,postid-9972,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-17.2,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.6,vc_responsive
 

หน้าบัน – บรรพชน

หน้าบัน – บรรพชน

 

S.A.C. ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์

ภูมิใจเสนอ

 

หน้าบัน  บรรพชน

นิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งที่ 5 โดย

ทรงวุฒิ แก้ววิศิษฏ์

 

ณ ห้องแสดงนิทรรศการ ชั้น 1 อาคารหอศิลป์

ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

15 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2563

พิธีเปิด: วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563, 18:00 น.

 

___________________________________________

 

 

“… บ้านดินเหล่านี้จึงเป็นสิ่งย้ำเตือนและกระตุ้นจิตวิญญาณด้านความรัก ความผูกพันต่อเราเป็นอย่างมาก

แรกเห็นก็เกิดความปิติ น้ำตาไหลริน ดั่งได้กลับไปอยู่ในถิ่นเก่าดั้งเดิมของตนเองอย่างไรอย่างนั้นเลย …”

 

ถ้อยคำโดยศิลปิน ทรงวุฒิ แก้ววิศิษฏ์

 

 

 

งานศิลปะชุดนี้ถูกสร้างขึ้นจากความรู้สึกคิดถึงบ้าน อารมณ์หวนคำนึงจับใจถึงสัมพันธ์ที่อบอุ่นของครอบครัว กิจวัตรเรียบง่ายที่ปฏิบัติต่อกันเมื่อครั้งยังเยาว์วัย เมื่อการหวนคำนึงนี้ผุดขึ้นในหัวใจอย่างลึกซึ้งและไม่สามารถบรรเทาเบาบางลง มันจึงกลายเป็นแรงผลักดัน แรงกระตุ้นให้ศิลปินสร้างผลงานศิลปะชุดสำคัญที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่ง งานศิลปะที่จะเปรียบเสมือนจารึกหรือลายแทงให้เขาได้ใกล้ชิดกับบ้านอีกครั้ง รวมทั้งได้ก้าวข้ามกาลเวลาตามหารากเหง้าต้นกำเนิดของตนอย่างถ่องแท้

 

 

บ้าน คือ ที่มาสำคัญแห่งอัตลักษณ์ของสรรพชีวิตน้อยใหญ่ แต่อย่างไรบ้านไม่ได้หมายความจำกัดเพียงสถานที่เท่านั้น เรื่องราววิถีชีวิตที่ระคนทั้งสุขและทุกข์ในบ้านแห่งนั้นต่างหากคือความหมายที่แท้จริง และสำหรับศิลปินไทย ทรงวุฒิ แก้ววิศิษฏ์ เขาคือหนึ่งในลูกหลานชาวจีนอพยพที่บรรพบุรุษเดินทางมาตั้งรกรากในภาคอีสานของประเทศไทย บ้านของเขาจึงมีความหมายถึงเกียรติยศของมนุษย์ ซึ่งไม่ใช่เกียรติอุปโลกน์ของฐานะทางสังคมหรือความมั่งมี แต่คือเกียรติที่แท้จริงของมนุษย์ที่อดทนต่อสู้บากบั่นอย่างยากลำบากแสนสาหัสเพื่อให้ครอบครัวลูกหลานได้มีชีวิตที่สุขสบาย ก่อนการลงมือสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปินเริ่มสืบค้นข้อมูลทั้งงานวิจัยจากเอกสารและลงพื้นที่ด้วยตนเอง หลังจากนั้นศิลปินได้พบว่าตนได้ต้องมนต์ขลังของประวัติศาสตร์ เขาตกหลุมรักบ้านโบราณอายุ 200 ปี ในเขตพื้นที่อำเภอ วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี และ อำเภอเมือง จ.ยโสธร อาคารบ้านโบราณที่ชาวจีนในยุคอพยพได้สร้างไว้เพื่อทำการค้าขาย และปัจจุบันยังมีผู้คนอาศัยสืบทอดทำอาชีพค้าขายเช่นเดียวกับที่เคยเป็นมาในอดีต ภาพสะท้อนชีวิตของบรรพชนในอดีตผ่านบ้านโบราณเหล่านั้น คือแรงบันดาลใจที่ศิลปินนำมาเป็นรูปสัญลักษณ์ในการสร้างผลงานชุดนี้

 

 

ย้อนไปในสมัยต้นยุครัตนโกสินทร์ ชาวจีนบางส่วนอพยพจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ หนีภัยแห่งความแร้นแค้นอดอยากในประเทศจีนแผ่นดินแม่ เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู้ชีวิตที่ประเทศไทย และหนึ่งในจุดสำคัญที่กองคาราวานชาวจีนเดินทางมาคือ ภาคอีสานของไทย การเข้ามาของชาวจีนในภาคอีสานที่ผ่านช่วงเวลาต่างๆ จนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดการผสมผสานทางชาติพันธุ์ หลอมรวมองค์ความรู้และวัฒนธรรมทั้ง 2 ชาติเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนแน่นแฟ้น อาคารดินรูปแบบจีนผสมอีสาน อาคารรูปแบบจีนผสมตะวันตก ถูกสร้างขึ้นโดยองค์ความรู้ของชาวจีนอพยพ  โดยสร้างด้วยโครงสร้างวางพาด เข้าลิ่ม เข้าเดือยอย่างปราณีต วัสดุประกอบด้วยไม้เนื้อแข็ง อิฐดินดิบ อิฐดินเผา กระเบื้องดินเผาและสังกะสี อาคารโบราณเหล่านี้เต็มไปด้วยร่องรอยทางกาลเวลา นัยยะสำคัญทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครองและความสัมพันธ์ของมนุษย์ ศิลปินเลือกสร้างสุนทรียะทางจิตรกรรมจากภาพมุมมองหน้าบ้านที่มีลักษณะหน้าจั่วคล้ายหน้าบันของสถาปัตยกรรมโบราณ ระนาบประตูหน้าต่างเปิดกว้างคล้ายฉากละครชีวิต มุมสามัญเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนชาวจีนที่เลี้ยงชีพด้วยการค้าขายมาอย่างยาวนาน วางสินค้าระเกะระกะ แสงสว่างจากหน้าบ้านที่ต้องแสงเรืองรองและค่อยมืดลงเรื่อยๆในระยะที่ลึกเข้าไป

 

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ได้เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาร่วม 20 ปีในเส้นทางศิลปะ ศิลปิน ทรงวุฒิ แก้ววิศิษฏ์ ได้รับการยอมรับในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมรูปแบบเหมือนจริงที่มีแนวคิดสะท้อนสังคมผ่านรางวัลระดับชาติที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง งานแสดงเดี่ยวในประเทศอเมริกาสิงคโปร์และประเทศไทยที่ผ่านมาก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ในการแสดงงานศิลปะครั้งนี้ในช่วงอายุ 40 ช่วงวัยที่ชีวิตได้มองโลกอย่างผ่านร้อนผ่านหนาว เขาตั้งใจอยากสร้างผลงานศิลปะเพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพชนซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความรู้สึกของตนเองในเบื้องลึกอย่างจริงใจที่สุดครั้งหนึ่ง

 

 

ศิลปินไทย ทรงวุฒิ ละวางวิธีการทำงานแบบเดิมที่คุ้นชิน จากฝีแปรงพู่กันนุ่มนวลและสีสันที่ตรงไปตรงมา เปลี่ยน – ปรับ วิธีการทำงานใหม่ทั้งหมดอย่างท้าทายตนเองเพื่อแสดง “ชีวิต – ตัวตน – ชาติกำเนิด” ของเขาให้ได้อย่างมีพลัง ศิลปินใช้เกรียงปาดเนื้อสีที่เสมือนแทนก้อนดินโบราณ พอก เพิ่ม ถม ทับสีเหล่านั้นทีละชั้น ทีละชั้น บนพื้นผิวที่เต็มไปด้วยทีแปรงที่ปาดป้ายอย่างฉับพลัน คล้ายกับว่าศิลปินกำลังค่อยๆ กอบนำเรื่องราวที่เลือนหายไปกับกาลเวลาร่วม 200 ปี ให้กลับคืนมามีชีวิตอีกครั้งอย่างสง่างามผ่าน “หน้าบัน – บรรพชน

 

 

ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาส เรียนเชิญทุกท่านร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ  Ancestral Facade ในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 18:00 น. ณ ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ แผนที่

 

####################

ติดตามและร่วมแชร์นิทรรศการด้วยแฮชแท็กหลัก : #ancestralfacade

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล manager@sac.gallery หรือ โทร. +662 662 0299, +662 258 5580 ต่อ 401 

Web: www.sac.gallery | FB: @sacbangkok | IG: @sacbangkok | Twitter: @sacbangkok | Pinterest: @sacbangkok

 


 

เกี่ยวกับศิลปิน

 

ทรงวุฒิ แก้ววิศิษฏ์ จบการศึกษาในระดับปริญญาเอกจากสาขาวิชาวิจัยศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น และในระดับปริญญาโทและปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ผลงานของทรงวุฒิเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและได้จัดแสดงนิทรรศการหลายครั้งทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนั้นยังได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย เช่น รางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวด King of Democracy for Install the New Building Council Thailand Bangkok ในปี 2555 และรางวัล Contemporary Painting Panasonic Thailand ครั้งที่ 15 ในปี 2558 นอกจากนั้นในปี 2560 ทรงวุฒิได้จัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวในชื่อ ‘Live a Life’ กับทาง S.A.C. ซึ่งในปี 2563 นิทรรศการเดี่ยวของทรงวุฒิในชื่อ ‘Ancestral Facade’ ได้ดำเนินมาถึงครั้งที่ 5 แล้ว ในปัจจุบันทรงวุฒิยังดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำสาขาวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ควบคู่กับการผลิตงานสร้างสรรค์ออกมาอย่างต่อเนื่อง