SAC Gallery | ตาฝาด: Reality as it isn’t
7686
post-template-default,single,single-post,postid-7686,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-17.2,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.6,vc_responsive
 

ตาฝาด: Reality as it isn’t

ตาฝาด: Reality as it isn’t

 

 

นิทรรศการแสดงเดี่ยว โดย

อัฐพร นิมมาลัยแก้ว

 

 

ณ อาคารหอศิลป์ชั้น 1 ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์

ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 15 กันยายน 2562

 

พิธีเปิด วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562 เวลา 18:00 น.

 

___________________________

 

ชีวิตเป็นมากกว่าการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ชีวิตเป็นเรื่องของการหาความสุขท่ามกลางความทุกข์ เป็นเรื่องของการสร้างความหมายจากสิ่งที่ไร้แก่นสาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในท้ายที่สุดจะเผล็ดผลให้เห็นจากเมล็ดพันธุ์ของกรรมที่เราได้เพาะไว้ด้วยการกระทำของเรา เรื่องเหล่านี้มีอยู่ในคำสอนทางพุทธศาสนา ในเรื่องของหลักกรรมวิบาก และสังขาร เมื่อถึงเวลาที่วิบากกรรมต่างๆได้ผลิดอกออกผล …ประสานตัวก่อเกิดเป็นโลกแห่งสมมติที่ความปรุงแต่งของเราสร้างขึ้นมา แต่โชคร้ายที่สมมติสัจจะที่มนุษย์เราได้ปรุงแต่งขึ้นมานั้น ได้นำพาเราหลงผิดไป

ในยุคปัจจุบัน ความแตกต่างทางสังคมระหว่างสังคมไทยในปัจจุบันกับในอดีตมีความแตกต่างกันมากอย่างเห็นได้ชัด อันเป็นผลกระทบมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้มอบโลกแห่งความสะดวกสบายที่ไม่มีใดเทียมแก่เราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องปรับอากาศ ทีวี โทรศัพท์ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ชีวิตของเราราบรื่นขึ้น อย่างไรก็ดี ทุกอย่างย่อมมีสิ่งแลกเปลี่ยน ได้อย่างก็เสียอย่าง เมื่อผู้คนคนพยายามที่จะมีทุกอย่าง แม้ว่าจะหมายถึง การเสี่ยงต่อการสูญเสียอิสรภาพทางวิญญาณของพวกเขาในช่วงที่เสพความพึงพอใจต่อวัตถุเหล่านั้น และนี่คือจุดสำคัญยิ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ถือเป็นที่มาและสาระสำคัญในการสร้างสรรค์งานของศิลปิน อัฐพร นิมมาลัยแก้ว เพื่อสะท้อนถึงความวุ่นวายทางจิตใจอันเกิดจากความทุกข์ ที่มีรากเหง้ามาจากความอยากหรือตัณหานั่นเอง

“ตาฝาด: Reality as it isn’t” เป็นนิทรรศการแสดงเดี่ยว โดย อัฐพร นิมมาลัยแก้ว ณ ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ ซึ่งศิลปินใช้เวลาถึง 2 ปีในการสร้างสรรค์ผลงาน ผลงานของอัฐพรได้สำรวจธรรมชาติของจิตใจที่อ่อนไหวต่อการตัดขาดจากตัณหาและโยงไปถึงพฤติกรรมอันก่อให้เกิดความสับสนของตัวตน รวมถึงการเกิดทุกข์และการปล่อยวาง

 

 

เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในชีวิต คนเรามักจะใส่อารมณ์ไปในการสื่อสารกับความคิดของเราเอง เราได้ประสบกับเรื่องเหล่านี้มาตลอดแต่เราก็ไม่สามารถที่จะลดทอนความอ่อนไหวที่มีผลมาจากอารมณ์ความรู้สึกของเราได้ ความยึดมั่นถือมั่น ความอยาก เงื่อนไข ความยึดติดของเรา มันได้พาเราเผชิญต่อความทุกข์ สังคมสมัยใหม่นั้นมีความอ่อนไหวอย่างมากและสัมพันธ์ไปกับความทุกข์ที่ชีวิตได้เผชิญอย่างท้าทายอยู่ในปัจจุบัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากความยึดติดกับสังคมภายนอกไปจนถึงความทะยานอยากที่อยู่ภายในของคนเรา ได้หยิบยื่นคุณลักษณะบางอย่างต่อการรับรู้สัมผัสที่แท้จริง ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุด มันจะเป็นเรื่องที่ไม่มีแก่นสารสาระ อีกทั้งยังทำให้เกิดการหลงผิด ความอยากอาจทวีความรุนแรงและนำพาให้เกิดการเห็นผิด คิดผิด และตีความผิดๆต่อสิ่งที่เห็น มันมักเกิดจากสภาวะอันเหมือนเมฆหมอกมาปกคลุมจิตและการตัดสินใจของเราต่อสิ่งต่างๆ แรงจูงใจของเราได้สร้างภาพมายาขึ้น อีกทั้งจิตใจของเราก็ปรุงแต่งโลกมายาที่เกิดจากกระบวนการตรวจสอบและปฏิกิริยาต่อสิ่งรอบตัว ซึ่งโดยมากแล้ว จิตใจของเราพยายามที่จะเติมบางสิ่งลงในช่องว่าง เพื่อที่จะตีความหรือจัดการชุดข้อมูลหนึ่งๆในแบบที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ก็ไม่เสมอไปทุกครั้ง ที่จะประสบความสำเร็จเช่นนั้นกับการจัดการกับจิตใจที่ฟุ้งซ่าน ในปัจจุบัน ผู้คนนั้นไวต่อมายาต่างๆ จากการที่เราได้ยอมตกเป็นทาสของเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ามายาต่างๆเหล่านั้นเป็นสิ่งจับต้องไม่ได้หรือไม่สามารถควบคุมได้ มนุษย์เราก็ยังหลงใหลได้ปลื้มไปกับมายาเหล่านั้น เพราะเราได้ยึดมั่นกับการติดต่อกับโลกภายนอก

อย่างไรก็ดี ในผลงานชุดนี้เป็นเสมือนการทำสมาธิที่ทำให้เราได้หยุดพักจากสภาวะตึงเครียดจากกิเลสตัณหา ให้เราได้เพ่งพิจพิจารณาถึงเมฆหมอกของกิเลสต่างๆที่ปกคลุมจิตใจและชีวิตของเราได้ ในเมื่อมีทางที่เราสามารถบำบัดความทุกข์ในชีวิตลงได้ ควรหรือไม่ที่เราจะพัฒนาโลกภายในของเราให้สูงขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานของอัฐพร เกิดจาการผสานผ้าเนื้อละเอียดและสิ่งทออันประณีตต่างๆหลากหลายชั้น เพื่อให้เกิดสภาวะลวงตาต่อประสาทการรับรู้ของเรา ด้วยการประกอบกันขึ้นมาเป็นรูปสามมิติ โดยที่ผ้าแต่ละชั้นได้ถูกวาดและพิมพ์ภาพลงไป อีกทั้งมีการวางรูปทรงและระดับชั้นของผ้าให้ซ้อนกันและมีระยะห่างอย่างพอเหมาะ เพื่อให้เกิดภาพมายาที่สื่อถึงจิตใจอันฟุ้งซ่านของคนเรา เมื่อมองย้อนไปในนิทรรศการที่ผ่านมาของศิลปิน ภาพคนในงานนั้นมาจากสมาชิกในครอบครัวของเขาเอง แต่มาในงานชุดนี้ เนื้อหาได้ถูกขยายความไปถึงผู้คนร่วมโลกที่มีสภาวะและประสบการณ์เหมือนกันในเรื่องการต่อสู้ดิ้นรนกับโลกภายนอกจากความไม่แน่นอนของชีวิต การต่อสู้ดิ้นรนดังกล่าวที่มาพร้อมกับเรื่องของความสับสนและสาระสำคัญของการรับรู้สัมผัสต่อสถานการณ์ต่างๆในชีวิต ได้ถูกนำเสนอผ่านโครงสร้างที่มีการซ้อนเหลื่อมของผ้าแต่ละชั้นในผลงานชุดนี้ ผลงานที่โปร่งเสมือนมีอากาศไหลเวียนด้วยธรรมชาติของวัสดุผ้าที่เบาบางและการจัดวางระยะห่างของชั้นผ้าอย่างพอเหมาะ โดยให้มีพื้นที่ว่างและอากาศที่ส่งผลต่อการกำหนดรู้ถึงสามัญสำนึกระหว่างคนดูกับศิลปิน ความสำนึกรู้ที่กระจายตัวอยู่ในงานนั้น มีความเชื่อมโยงกับคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในแง่ที่ว่าการเปลี่ยนแปลงต่างๆของสังคมในปัจจุบัน ควรได้รับการตระหนักถึง เพื่อที่ผู้คนจะได้เสริมสร้างความสมดุลในจิตใจของพวกเขาได้ ทั้งนี้ คำสอนในทางพุทธศาสนามีความสำคัญต่อชีวิตและงานสร้างสรรค์ของอัฐพรเป็นอย่างมาก

 

 

ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ ตาฝาด: Reality as it isn’t ในเสาร์วันที่ 20 กรกฏาคม 2562 เวลา 18:00 น. ณ ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 15 กันยายน 2562 ณ ห้องแสดงนิทรรศการชั้น 1 อาคารหอศิลป์ ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล์ manager@sac.gallery หรือ โทร. +66 2 662 0299, +662 258 5580 ext. 401.

แผนที่

 

##########################

โปรดติดตามข่าวสารและร่วมแชร์นิทรรศการด้วยแฮชแท็คหลัก: #realityasitisnt

##########################

 

เกี่ยวกับศิลปิน

 

 

 

 

 

 

อัฐพร นิมมาลัยแก้ว (เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2523) จบการศึกษาปริญญาศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาจิตรกรรม ภาควิชาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และปริญญาศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตรกรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาเป็นศิลปินไทยที่กำลังเป็นที่จับตามองและได้รับการยอมรับในฐานะศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานยอดเยี่ยม จากการได้รับรางวัลจากเวทีประกวดศิลปกรรมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 การประกวดจิตรกรรมอาเซียน The Sovereign Asian Art Prize 2006, Hong Kong ในปีพ.ศ. 2549 และ รางวัลเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ประเภทจิตรกรรม การประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 54 ในปีพ.ศ. 2551 เป็นต้น อัฐพร มีนิทรรศการแสดงเดี่ยวมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ อีกทั้งผลงานของเขาได้รับการสะสมจากสถาบันชั้นนำทั่วโลก รวมถึง Yuhsiu Museum of Art’s collection ในไต้หวัน รวมถึงการได้รับเชิญเข้าร่วมแสดงงานในMuseumระดับโลกอย่าง Musée du quai Branly – Jacques Chirac ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันศิลปินอาศัยและทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร