SAC Gallery | Shade of Souls
9671
post-template-default,single,single-post,postid-9671,single-format-standard,ajax_fade,page_not_loaded,,paspartu_enabled,paspartu_on_bottom_fixed,qode_grid_1300,qode-content-sidebar-responsive,qode-theme-ver-17.2,qode-theme-ssbd design,wpb-js-composer js-comp-ver-5.6,vc_responsive
 

Shade of Souls

Shade of Souls

S.A.C. ศุภโชค ดิ อาร์ท เซ็นเตอร์ และ S.A.C. อาร์ต แล็บ

ภูมิใจเสนอ

SHADE OF SOULS

โดย

นพนันท์ ทันนารี

18 ม.ค. – 31 มี.ค. 2563

@ S.A.C. อาร์ต แล็บ, เชียงใหม่

 

#SACNOPPANAN

 


 

                         Silhouette, 2018, Oil on Canvas, 60×80 cm

 

จากปากกาไม้ไผ่ จนมาถึงปลายพู่กัน นพนันท์ ทันนารี คือจิตรกรผู้ศึกษาธรรมชาติอันแสนธรรมดาที่จะไม่ธรรมดาอีกต่อไป ด้วยการพิจารณาผ่านภาษาของจิตรกรรม จากการให้รายละเอียดของสรรพสิ่งด้วยการใช้อุปกรณ์การวาดภาพที่เขาเคยประดิษฐ์ขึ้นมาเอง มาจนถึงการใช้พู่กันเข้าสำรวจเงาที่แฝงเร้นอยู่ในแมกไม้ การวาดภาพต้นไม้ของนพนันท์สะท้อนบุคลิกที่น่าสนใจในฐานะศิลปินที่มักจะนำเสนอสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้ซับซ้อน แต่ในความเรียบง่ายนั้นเองที่ขับเน้นให้ภาวะพิเศษได้ปรากฏ 

ในกระบวนการวาดภาพทิวทัศน์นอกสถานที่ จิตรกรมากมายใช้ชีวิตเวียนว่ายอยู่ระหว่างเส้นขอบฟ้าที่แบ่งผืนดินและอากาศในกรอบภาษาของการวาดภาพทิวทัศน์ ในขณะที่หลายๆ คนยังหมกมุ่นอยู่กับการสร้างองค์ประกอบให้เกิดความสมบูรณ์นั้น นพนันท์กลับมองทิวทัศน์ด้วยความเรียบง่ายยิ่งกว่านั้น การเพ่งขึ้นไปบนต้นไม้ในความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้อาจจะไม่ได้เป็นการนำเสนอองค์ประกอบของภาพทิวทัศน์ได้ดีนักสำหรับบางคน แต่เขากลับสร้างความพิเศษด้วยการพิจารณาสาระของสิ่งที่กำลังมองเห็นอย่างมีชั้นเชิง

 

                                                      Untitled #2, 2019, Oil on Linen, 23×23 cm

 

การมองเข้าไปภายใต้เงาสลัว ความพยายามที่จะพิจารณาถึงสิ่งที่อยู่ระหว่างแสงและความมืด รายละเอียดในผลงานของเขาคือสิ่งที่ถูกขับออกมาจากสองสิ่งในเวลาชั่วขณะนั้นเอง วิธีพิจารณาทิวทัศน์นี้ทำให้เรากลับไปทบทวนจิตรกรรมอิมเพรสชั่นนิสม์ (Impressionism) ที่ชัดเจนว่าเป็นความเคลื่อนไหวทางศิลปะที่สำคัญในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ไม่เพียงแต่นวัตกรรมการผลิตสี อุปกรณ์ที่ทำให้จิตรกรหลุดออกจากกรอบการทำงานภายในสตูดิโอ หรือวิทยาศาสตร์ของแสงที่ทำให้นักวาดภาพเข้าใจสีที่ไม่อาจจำแนกด้วยสายตาปกติ แต่สาระสำคัญคือการเดินทางเข้าสู่จิตรกรรมบนเส้นทางนอกเหนือไปจากสิ่งที่สายตาปกติจะประเมินได้ นอกเหนือไปกว่าการวาดสิ่งที่เชื่อว่ามีอยู่ในทางทฤษฎีคือการใช้ผัสสะที่มากมายเมื่ออยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิ ความชื้น เวลา การเคลื่อนที่ หรืออากาศ

อิมเพรสชั่นนิสม์ได้เปิดประตูบานใหม่ให้กับการวาดภาพทิวทัศน์ ด้วยการมองหาสะระสำคัญของทิวทัศน์แบบองค์รวม ไม่ใช่เพียงการใส่รายละเอียดที่เป็นเพียงการคัดลอก และยังมีจิตรกรมากมายที่ยังพลิกแพลงวิธีการมองของศิลปินจากความเคลื่อนไหวนี้ จิตรกรรมของนพนันท์ก็เช่นกัน เมื่อเงาปรากฏตัวในแบบแผนที่แตกต่างกัน ในสถานการณ์ที่ต่างกัน การใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่จะสัมผัสได้ภายในกายภาพของเงาต้นไม้ หรือแม้กระทั่งสีที่ใช้สื่อแทนอากาศที่ล่องลอยผ่านไปอย่างที่คนทั่วไปจะไม่ได้สังเกต

 

                       Untitled #3, 2019, Oil on Canvas, 60×80 cm

 

ความเรียบง่ายอย่างการวาดต้นไม้นี่เองที่เป็นแบบทดสอบสำคัญหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการวาดภาพ หมู่แมกไม้ของนพนันท์ภายในนิทรรศการ Shade of Souls เปรียบกับบทประพันธ์ที่ศิลปินได้สร้างสรรค์บนโจทย์เดิม แต่กระนั้นลีลาของภาษาได้เปลี่ยนไปตามวิถีที่ศิลปินสร้างสรรค์ ในฐานะจิตรกรผู้พานพบบริเวณว่างระหว่างความเป็นรูปธรรมและนามธรรมนั้น นพนันท์ ทันนารี ได้วาดภาพต้นไม้เหล่านั้นขี้นมาอีกครั้ง ด้วยวิธีการที่ยังเคารพในวิญญาณจิตรกรของบุพกาล และในขณะเดียวกันยังเป็นการเสริมส่งให้ทิวทัศน์อย่างง่ายๆ ได้มีพื้นที่อยู่ในความลึกลับของความเป็นนามธรรมไปพร้อมๆ กัน

 

 

นิทรรศการ Shade of Souls โดย นพนันท์ ทันนารี จะจัดแสดง ณ S.A.C. Art Lab โรงแรม เดอ นาคา เชียงใหม่ 21 ซ. 2 ราชมังคลา ถนน มูลเมือง ตำบล พระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200 แผนที่ โดยนิทรรศการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม – 31 มีนาคม 2020 โดย พิธีเปิดอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 18 มกราคม 2020 เวลา 18:00 น. โทรศัพท์: 063 664 2924 Email: chol@sac.gallery

 


 

ภาพติดตั้งและวันเปิดนิทรรศการ

ร่วมแชร์และติดตามนิทรรศการด้วยแฮชแท็ก:  #SACNOPPANAN  #SACCNX

 


 

ประวัติศิลปิน

นพนันท์ ทันนารี เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2531 ที่จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาวิชาศิลปะไทย ที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และ ภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  

เขาสนใจที่จะหยิบยืมรูปทรงจากวัตถุจากธรรมชาติเพื่อแสดงถึงการให้คุณค่าและการเคารพสิ่งสามัญในธรรมชาติ เขารู้สึกว่า มันเป็นการพิจารณาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพื่อทำความเข้าใจ เชื่อมโยงและปรับสมดุลระหว่างความเป็นปัจเจกตัวตนกับธรรมชาติที่เขาให้ความเคารพ และมันส่งผลต่อบุคลิกภาพและความคิดของเขาในเวลาต่อมา ผลงานจิตรกรรมของเขาพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้ผู้รับชมได้สำรวจ พิจารณา และมีประสบการณ์ร่วมหรือแสดงความคิดเห็นได้เมื่อเผชิญหน้ากับภาษาทางจิตรกรรมของเขาที่แสดงออกมา

ในปี พ.ศ.2557 ได้มีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกคือ นิทรรศการ “บรรยากาศแห่งความสงบ” ที่หอศิลป์จามจุรี กรุงเทพฯ    และครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2560 คือนิทรรศการ “สัจจะ-สามัญ” ที่ พีเพิลส์ แกลลอรี่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และงานแสดงผลงานกับกลุ่มศิลปินในไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง     ปัจจุบันนพนันท์พำนักอยู่ที่จังหวัดนครปฐมและที่พำนักอีกที่คือจังหวัดเชียงรายบ้านเกิดและได้สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน